วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

สุนัขเฝ้าประตู

๓๒

อุปมาเหมือนสุนัขเฝ้าประตู

สามก๊ก เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 19

เล่าปี่ร่วมลงนามในสัญญากับตังสินร่วมกำจัดโจโฉ แต่กริ่งเกรงโจโฉจะรู้ตัว
จึงเสแสร้งแกล้งถ่อมตัวไม่สนใจใยดีการงานทั้งปวง เอาแต่ขุดดินดายหญ้าปลูกผัก
โจโฉได้ข่าวจึงเชิญเล่าปี่ไปสนทนาเพื่อหาพิรุธ ตอนหนึ่งโจโฉให้เล่าปี่ยกชื่อผู้มีสติปัญญากว้างขวาง
เล่าปี่แกล้งยกชื่อคนแล้วคนเล่าว่าเป็นผู้มีสติปัญญาในแผ่นดิน ที่สุดยกชื่อเล่าเจี๋ยงเจ้าเมืองเสฉวน
โจโฉตอบว่า เล่าเจี๋ยงก็แค่สุนัขเฝ้าประตู


คนย่อมเลี้ยงสุนัขด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
บางคน เลี้ยงสุนัข ไว้ดูเล่น
บางคน เลี้ยงสุนัข ไว้ทำงาน
บางคน เลี้ยงสุนัข ไว้เป็นเพื่อน
บางคน เลี้ยงสุนัข ไว้เฝ้าประตู

สุนัขเฝ้าประตู ย่อมมีคุณสมบัติสำหรับ เฝ้าประตู
คือเห่าเก่ง เห่าไม่เลือกหน้า กัดไม่เลือกคน
สุนัขเฝ้าประตู รู้จักเพียงเจ้านาย
สุนัขเฝ้าประตู เอาใจเจ้านายเพียงคนเดียว
เห่าและกัดใครก็ตามที่ไม่ใช่เจ้านาย

สุนัขเฝ้าประตู ไม่สามารถแยกแยะคนดีคนร้าย
เจอโจรเอาอาหารมาติดสินบน ก็ลืมหน้าที่ คิดว่าโจรเป็นนาย

สุนัขเฝ้าประตู ไม่สามารถแยกแยะคนดีคนร้าย
หลายครั้งกัดคนดี ทำเจ้านายเสียเงินเสียทอง

ทำงานในองค์กร ทำได้แค่เอาอกเอาใจนาย
คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น แถมระรานผู้อื่นไปทั่ว
ทำเอาเจ้านาย เสียคน
ก็เป็นได้แค่ สุนัขเฝ้าประตู

ถ้าเป็นได้แค่ สุนัขเฝ้าประตู
สู้เป็น สุนัขกระเป๋า เสียยังดีกว่า
อย่างน้อยก็ยัง คิกขุ น่ารัก ไม่เป็นอันตรายกับคนรอบข้าง

อย่าทำตัวเป็น สุนัขเฝ้าประตู




สามก๊ก อ่านสามจบ ยังคบได้

มีคำกล่าวล่ำลือถึงความเป็น สุดยอดตำราทางยุทธศาสตร์ ของ สามก๊ก ว่า อ่านสามจบคบไม่ได้  ฟังดูก็ไม่เชิงว่าจะเป็นการนิยมยกย่องสักเท่าไร เพราะเหตุที่คบไม่ได้ มิใช่ว่าจะเป็นคนเก่งกล้าสามารถ แต่หากจะเป็นคน เจ้าเล่ห์แสนกล ด้วยสามก๊กนั้นเต็มไปด้วยกลอุบาย หรือที่คบไม่ได้อาจเป็นเพราะ ท่าทางจะเป็นคนโง่เหลือกำลัง ที่ทนอ่านอยู่ได้ตั้งสามจบ

ผู้เขียนเองก็นับว่าอ่านสามก๊กมามากกว่าสามจบ ทั้งฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ฉบับ วรรณไว พัธโนทัย ฉบับ ยาขอบ และฉบับ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อ่านแล้วก็ลืม ลืมแล้วก็อ่าน อ่านทุกครั้งก็สนุกทุกครั้ง ไม่วิเคราะห์ไม่คิดมากให้เสียเวลา อ่านเอาสนุก อ่านเป็นนิยาย
ก็คนเขียนเขาเขียนเป็นนิยาย จะไปอ่านเอาสาระทำไมกัน หาก หลอกว้านจง ผู้ประพันธ์ รู้เข้าก็คงจะงุนงงเป็นยิ่งนักที่สามก๊กกลายเป็นตำราพิชัยสงคราม ตำราการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ไปได้

ผู้เขียนฟัง อาปา เล่าเรื่องสามก๊กให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไหวพริบของตัวละครต่างๆในสามก๊ก ซึ่งก็เป็นเหตุทำให้ผู้เขียนสนใจอ่านสามก๊กเพื่อไปค้นหาข้อความที่อาปาเล่า ฉบับแรกที่อ่านก็เป็นฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง(หน) เล่มใหญ่หนาที่บ้านอาโกว 

มานึกได้วันหนึ่งว่า น่าจะลองอ่านสามก๊กใหม่อีกสักหน คราวนี้จะลองอ่านแบบ อ่านเอาเรื่อง อ่านตรงที่คนอื่นเขาไม่อ่านกัน เพื่อยืนยันว่าอ่านอีกกี่จบก็น่าจะ ยังคบได้




2 ความคิดเห็น:

สามก๊กวิทยา กล่าวว่า...

ขอบคุณครับสำหรับแนวคิดดี ๆ

โจโฉเปรียบเล่าเจี้ยงเป็นสุนัขเฝ้าประตู
ทำให้นึกถึงตอนเล่าปี่แย่งเสฉวนมาจากเล่าเจี้ยง
เล่าเจี้ยงไม่เห่าไม่กัด กระดิกหางออกไปต้อนรับเล่าปี่เข้าเมือง
สุดท้ายเล่าเจี้ยงก็ไม่เหลืออะไร โดนเขาแย่งเมืองไป แล้วถูกเอาไปปล่อยวัด.....


Boonchai65 กล่าวว่า...

คุณ Samkok Wittaya

สุดยอดจริงๆครับ เห็นภาพเลยครับ