วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

แพ้บ้าง (รามเกียรติ์ ๐๕๒)


สิบปากมีราชบัญชา
อนิจจาควรหรือช่างว่าได้
จะให้กูผู้มีฤทธิไกร
งอนง้อพวกไอ้ปัจจามิตร
เป็นที่อัปยศอดสู
แก่หมู่เทวานักสิทธ์
จะสำรวลสรวลเล่นเป็นนิจ
ชั่วพระอาทิตย์พระจันทร์

ทศกัณฑ์เชิญสัตลุงผู้ครองกรุงจักวาลผู้เป็นสหายและตรีเมฆบุตรตรีเศียรผู้เป็นหลานมาช่วยรบกับพระราม ก็ถูกพระรามสังหาร ทศกัณฑ์รู้สึกท้อแท้ที่ญาติมิตรถูกสังหารสิ้น ตนเองออกไปรบก็พ่ายแพ้มาหลายครั้ง จึงปรึกษานางมณโฑว่าจะทำอย่างไรดี นางมณโฑก็ยังคงแนะนำเหมือนทุกครั้งคือให้เจรจาหย่าศึกแล้วคืนนางสีดาไป ทศกัณฑ์ได้ฟังก็โกรธเป็นพ้นพันทวี ทั้งสิบปากตัดพ้อว่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะให้ตนออกปากไปงอนง้อยอมแพ้ต่อศัตรู จะเป็นที่อัปยศอดสูยิ่งนัก จะเป็นที่หัวเราะเยาะของทั่วไป

การทำศึก ย่อมหวังชัยชนะ
การทำศึก จึงต้องใช้กลศึก
กลศึก บางครั้งจำต้องแสร้งยอมแพ้
แพ้เพื่อเอาชนะในเพลงรบถัดไป

การทำงานในองค์กร
ผู้บริหารต้องใช้กลยุทธ
กลยุทธที่สำคัญคือ แพ้บ้าง แพ้ให้เป็น
โดยเฉพาะการยอมแพ้ผู้ใต้บังคับบัญชา

เอาชนะผู้ที่อยู่ต่ำกว่า เป็นกรณีธรรมดาสามัญ
ยอมแพ้ผู้ที่อยู่ต่ำกว่า จึงได้ใจ ได้ความคิด ได้งาน

เอาชนะผู้ที่อยู่ต่ำกว่า มีแต่เสียงเยาะเย้ย ถากถาง นินทา
ยอมแพ้ผู้ที่อยู่ต่ำกว่า ย่อมได้เสียงชื่มชม นับถือ นิยม 

ในสายตาของผู้ร่วมงาน
เอาชนะทุกครั้ง แข็งกร้าว ไร้น้ำใจ
ยอมแพ้ทุกครั้ง เสแสร้งแกล้งทำ ไม่จริงใจ



วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

กลศึก (รามเกียรติ์ ๐๕๑)



บัดนั้น
หนุมานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังอสุราพาที
ขุนกระบี่ชี้หน้าแล้วร้องไป
อันกลณรงค์สงคราม
จะถือเอาความสัจกระไรได้
สุดแต่ใครดีก็มีชัย
อย่าด้านหน้าว่าไปไอ้พาลา


หลังอินทรชิตพ่ายพระลักษมณ์ ทศกัณฑ์ออกรบเองก็พ่ายแพ้แก่พระราม ทศกัณฑ์ขอให้มูลพลัมน้องท้าวสหัสเดชะผู้ครองนครปางตาลมาช่วยรบกับพระราม ท้าวสหัสเดชะผู้มีพันเศียรสองพันกรติดตามน้องชายมาช่วยทศกัณฑ์ด้วย มูลพลัมเสียทีถูกพระลักษมณ์สังหาร พิเภกแนะนำให้พระรามมอบหมายหนุมานไปหลอกเอาอาวุธสำคัญของท้าวสหัสเดชะได้แก่กระบองต้นชี้ตายปลายชี้เป็นมาก่อนที่ท้าวสหัสเดชะจะออกมารบด้วย หนุมานแปลงร่างเป็นวานรน้อยไปล่อหลอกจนท้าวสหัสเดชะยอมส่งกระบองวิเศษให้หนุมานถือไว้ หนุมานจึงแปลงร่างเป็นวานรสูงใหญ่สี่พักตร์แปดกรถีบรถทรงของท้าวสหัสเดชะพังไปแล้วเยาะเย้ยว่า เสียดายมีถึงพันเศียรสองพันกรแต่หาสติปัญญาไม่ได้โดนทศกัณฐ์หลอกมารบกับพระรามแถมมาโดนตนหลอกเข้าอีก สหัสเดชะโต้ว่าเป็นเพราะตนเชื่อใจในลิงแปลงหนุมานต่างหากจึงโดนหลอก หนุมานจึงว่านี่เป็นกลศึกจะเรียกร้องเอาสัจจะย่อมไม่ได้


การทำศึก ย่อมต้องมีกลศึก
กลศึกย่อมใช้ทุกกระบวนท่า แม้อาจไร้สัจจะ ไร้คุณธรรม
เพียงเพื่อเอาชนะศึก จึงไม่คำนึงถึงสัจจะ ไม่คำนึงถึงคุณธรรม

แต่การทำงานในองค์กร มิใช่การศึก
การทำงานในองค์กร ไม่ต้องใช้กลศึก
ไม่ต้องปลิ้นปล้อนหลอกลวง

การทำงานในองค์กร มีเพียงกลยุทธ
กลยุทธต้องจริงใจ ตรงไปตรงมา
กลยุทธต้องมีสัจจะ ต้องมีคุณธรรม

ทำงานในองค์กร ใช้กลยุทธไม่ใช้กลศึก




วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

สาวไส้ (รามเกียรติ์ ๐๕๐)



เสียทีที่มีกำลังกล้า
เสียแรงศึกษาในการศร
เสียชีวิตเพราะน้องพระบิดร
มาเบียนบ่อนสาวไส้ให้กากิน
ตั้งแต่วันนี้กรุงมาร
จะเกิดการเดือดร้อนไปหมดสิ้น
จะเสื่อมสูญสุริย์วงศ์พรหมินทร์
ด้วยหมู่ไพรินมาบีฑา

อินทรชิตพยายามสังหารพระลักษมณ์ถึงสามครั้งสามคราด้วย หอกโมกขศักดิ์ ศรนาคบาศ และศรพรหมมาสตร์ พระลักษมณ์ก็สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ อินทรชิตจึงวางแผนทำกลลวง ให้สุขาจารปลอมเป็นนางสีดา ทำทีมาคืนนางสีดาให้แต่กลับตัดเศียรนางสีดาปลอม แล้วบอกพระลักษมณ์ว่าจะยกทัพไปบุกกรุงอโยธยา แต่หลบไปทำพิธีชุบกายาให้อยู่ยงคงกระพัน ต่อมาพระลักษมณ์ตามไปทำลายพิธีได้ ไล่ล่าจนอินทรชิตสูญเสียสิ้นทั้งกองทัพและอาวุธ อินทรชิตหนีกลับกรุงลงกาเพื่อล่ำลาบิดามารดาลูกเมียแล้วออกมารบกลับพระลักษมณ์ใหม่ โดนศรอัคนิวาต ศรพรหมาสตร์ ศรพลายวาต จนไม่อาจจะสู้ได้ อินทรชิตจึงรำพึงกับตนเองว่า เสียทีที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมีวิชาความรู้มากมาย แต่ก็ต้องมาแพ้จนตัวตาย ด้วยพิเภกที่แอบบอกความลับต่าง ๆ ดุจสาวไส้ให้กากิน

องค์กรหนึ่ง
จะเจริญรุ่งเรืองก็เพราะคนในองค์กร
จะพังทะลายล่มสลายก็เพราะคนในองค์กร

ต่อให้เป็นผู้บริหารเก่งกล้าสามารถ
หากไม่อาจบริหารจัดการคนในองค์กร
ย่อมมีโอกาสพาองค์กรล่มสลาย

องค์กรจะพังทะลายล่มสลายก็เพราะคนในองค์กร
คนในองค์กรที่สาวไส้ให้กากิน
คนในองค์กรที่พาเอาคนนอกมาทำลายองค์กร

คนในองค์กรจะสาวไส้ก็เพราะความแค้น
ความโกรธเดี๋ยวเดียวก็หาย
แต่อย่าทำให้แค้น

อย่าทำให้คนในองค์กรแค้น


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เสียกล (รามเกียรติ์ ๐๔๙)



อินทรชิตมันทำอุบาย
แปลงกายเป็นท้าวโกสิต
มิให้รู้ว่าปัจจามิตร
จะลวงมล้างชีวิตให้บรรลัย
ทำศึกหรือไม่ระวังตน
ให้เสียกลมันก็เป็นได้
ไพร่นายตายยับทั้งทัพชัย
น้อยใจเป็นพ้นพันทวี

พิเภกกลับจากไปเก็บผลไม้มาเป็นเสบียงให้กองทัพลิง เห็นค่ายกองทัพพระรามเงียบผิดปกติ สอบถามทหารลิงที่เฝ้าค่ายอยู่ก็รู้ว่าพระรามตามไปดูกองทัพพระลักษมณ์ที่ออกศึก จึงรีบติดตามไป เห็นกองทัพลิงตายกราดเกลื่อน พิเภกตกใจเป็นยิ่งนัก ไปพบหนุมานสิ้นสติอยู่จึงร่ายเวทย์เป่าลมเข้าไปในปากหนุมาน หนุมานได้รับลมก็ฟื้นคืนชีพกลับมา แล้วเล่าความให้พิเภกฟังว่า พระอินทร์ยกทัพมาช่วยทศกัณฐ์แผลงศรสังหารพระลักษมณ์ตลอดจนสิบแปดมงกุฎและเหล่าไพร่พลทั้งสิ้น ตนพยายามหักคอช้างเอราวัณสู้กับพระอินทร์ ถูกพระอินทร์ตีด้วยคันศรตกลงมาสิ้นสติไป พิเภกได้ฟังก็ต่อว่าว่า เหตุใดไม่ระมัดระวังกลศึก พลาดพลั้งเสียกลโดนอินทรชิตแปลงเป็นพระอินทร์หลอกทำร้ายเสียได้

ในศึกสงครามย่อมมีกลศึก
กลศึกนั้นมีหลากหลาย มีทั้งที่คาดการณ์ได้ แลไม่สามารถคาดการณ์ได้
ผู้ทำศึกย่อมคิดกลศึกใหม่ได้ตลอดเวลา
แพ้ชนะศึกอยู่ที่ความสามารถในการแก้กลศึก
ทำศึกจึงต้องระวังเสียกลของข้าศึก

ในการทำงานอาจมีหลุมพราง
หลุมพรางย่อมมีทั้งที่เกิดซ้ำซาก แลที่ไม่อาจคาดการณ์ได้
หลุมพรางเป็นปัจจัยที่คาดไม่ถึงระหว่างทาง
ความสำเร็จของงานอยู่ที่การแก้ปัญหาระหว่างทาง
ทำงานจึงต้องระมัดระวังหลุมพราง

การวางแผนงานที่รอบครอบ สามารถป้องกันการตกหลุมพรางที่เกิดซ้ำซาก
สติปัญญาแลประสบการณ์ สามารถแก้ไขการตกหลุมพรางที่ไม่คาดฝัน

พลาดในหลุมพรางที่ไม่คาดฝัน อาจอภัยให้ได้
พลาดในหลุมพรางที่เกิดซ้ำซาก สมควรถูกลงทัณฑ์






วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ตีตัวก่อนไข้ (รามเกียรติ์ ๐๔๘)


พระองค์จงระงับกันแสงศัลย์
กลั้นความเศร้าโทมนัสสา
เหตุนี้ยังไม่ประจักษ์ตา
ขอเชิญกัลยาเสด็จไป
ทั้งสองกษัตริย์สุริย์วงศ์
ว่าพระองค์ตายจริงหรือไฉน
ฟังข้าน้อยเถิดนางอรไท
จะตีตัวก่อนไข้นั้นไม่ดี

อินทรชิตแปลงร่างเป็นพระอินทร์แล้วให้การุณราชแปลงกายเป็นช้างเอราวัณ เหล่าเสนาแปลงกายเป็นเหล่าเทวา พระอินทร์อินทรชิตขึ้นช้างเอราวัณแปลง ยกทัพไปลอยอยู่เหนือกองทัพพระลักษมณ์ หนุมานเตือนพระลักษมณ์ให้ระวังว่าจะเป็นกลลวงของข้าศึก แต่พระลักษมณ์และเหล่าสิบแปดมงกุฎและกองทัพลิงก็ยังหลงกล ตะลึงในความงามของกองทัพพระอินทร์แปลงจนหมดสติไปทั้งกองทัพ อินทรชิตได้ทีจึงแผลงศรพรหมาสตร์ออกไปโดนกองทัพพระลักษมณ์หมดสติไปทั้งกองทัพเหลือแต่หนุมานที่ทะยานขึ้นไปหักคอเอราวัณ แต่ก็ถูกอินทรชิตตีตกหมดสติไป พระรามรอทัพพระลักษมณ์ไม่กลับไปจนค่ำ จึงยกพลออกมาดูเห็นหนุมานและเหล่าสิบแปดมงกุฎสิ้นสติอยู่ก็ร้องไห้อาลัยรัก แต่เมื่อไปพระลักษมณ์โดนศรพรหมาสตร์ปักอกอยู่เข้าใจว่าพระลักมษณ์ถึงแก่ชีวิตก็ร้องไห้จนสลบไป เหล่าเสนาที่ตามมาเข้าใจว่าทั้งพระลักษมณ์พระรามสิ้นชีวิตก็พากันร้องไห้จนสลบไปทั้งกองทัพ ฝ่ายทศกัณฐ์ได้ข่าวจึงหวังให้นางสีดาได้เห็นว่าพระรามสิ้นชีวิตแล้วจะได้ยอมรับรักตน ให้เสนานำบุษบกแก้วไปรับนางสีดาเพื่อออกไปให้เห็นกับตา นางสีดาทราบข่าวพระรามสิ้นชีวิตก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ นางตรีชาดาผู้เป็นภรรยาพิเภกที่ทศกัณฐ์ลงโทษให้มาอยู่รับใช้นางสีดาจึงเตือนนางสีดาว่า อย่าเพิ่งตีตัวไปก่อนไข้ ออกไปดูให้ประจักษ์แก่ตาก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร

การทำงาน ย่อมส่งผลสองสถาน
หนึ่งคือประสบผลสำเร็จ
หนึ่งคือได้รับความล้มเหลว
เป็นผู้บริหารจึงพึงเตรียมตัวเตรียมใจรับผลอันอาจเกิดขึ้น
มิควรกังวลทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัวไปล่วงหน้า

ผู้บริหารบางคนหวาดระแวง วิตก กังวล
หวั่นใจกับเสียงลือ เสียงนินทา เสียงทัก เสียงบ่น ฟังแต่เสียงรอบข้าง
บางครั้งบางคราถึงกับยกเลิกงานที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม
เสียการเสียงาน เสียงบประมาณ เสียทรัพยากร

ผู้บริหารที่มักกังวลทุกข์ร้อนหวาดกลัวในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
เป็นพวก ตีตัวก่อนไข้