วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ตี๋เหรินเจี๋ย เทพนักสืบ ตอน ม่านหมอกบัลลังก์เลือด)


"กลอุบาย สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นกลอุบาย"

ตี๋เหรินเจี๋ย เทพนักสืบ ตอน ม่านหมอกบัลลังก์เลือด
อันนาฟางฟาง-วิหคจันทรา

ผู้บริหาร ไม่มีผู้ใดไม่ใช้ อุบาย
เพราะอุบายคือ วิธีการอันแยบคาย ในการจัดการงานให้สำเร็จ

วิธีการอันแยบคายนั้น ต้องไม่ใช่การลวงหรือล่อลวงให้หลงหรือให้เข้าใจผิด
วิธีการอันแยบคายนั้น ต้องไม่ทำให้เกิดความฉงนหรือความเสียเปรียบ
มิฉะนั้นอุบายจะกลับกลายเป็น กลอุบาย แล้ว
กลอุบายเป็นการหลอกลวงอย่างแยบคาย

พึงระวัง ผู้บริหารที่เก่งกล้าสามารถบางคนจะใช้ กลอุบายอย่างแยบยล
คือมิเพียงหลอกลวงอย่างแยบคาย หากยังมีกลเม็ด มีชั้นเชิงแนบเนียน
 

ต้นเรื่อง

ตี๋เหรินเจี๋ย เป็นขุนนางคนสำคัญคนหนึ่งในยุคสมัยจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ได้ชื่อว่าเป็นนักสืบคดีผู้มีความยุติธรรมยิ่ง ตี๋เหรินเจี๋ย เทพนักสืบ เป็นผลงานของอันนาฟางฟาง ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของตี๋เหรินเจี๋ยในอีกรูปแบบหนึ่ง ตี๋เหรินเจี๋ย เทพนักสืบ ตอน ม่านหมอกบัลลังก์เลือด  แปลโดย วิหคจันทรา

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ดวงจันทร์ยังมีข้างขึ้นข้างแรม ชีวิตคนย่อมมีทุกข์สุขขึ้นลง"

"สิ่งที่สำคัญคือความจริงต่างหาก"

"การอ่อนน้อมมิใช่ความอ่อนแอ ความซื่อสัตย์ยิ่งมิใช่ความโง่งม"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด











ไม่มีความคิดเห็น: