วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(กาลิเลโอไขคดียุ่งเหยิง)


"การจะไขปริศนาที่มนุษย์เป็นผู้ก่อขึ้นนั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมนุษย์ด้วย"

กาลิเลโอไขคดียุ่งเหยิง
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - อนิษา เกมเผ่าพันธ์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่ร่วมกันมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
สังคมมีปัญหาซับซ้อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการศึกษา ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาคุณภาพชีวิต ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ปัญหาทางสังคมเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข
ผู้แก้ไขปัญหาทางสังคมพยายามใช้กระบวนการแลกลยุทธต่าง ๆ มากมาย ทั้งกำหนดกฎเกณฑ์กติกา ทั้งลงทุนจัดสรรทรัพยากร
แต่ปัญหาทางสังคมก็ยังแก้ไขได้ไม่สำเร็จ ไม่จบสิ้น ไม่ยั่งยืน

เพียงเพราะผู้แก้หลงลืมไปเพียงหนึ่งอย่าง
...ลืมนึกถึงความเป็นมนุษย์


ต้นเรื่อง

ฮิงาชิโนะ เคโงะ เป็นนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ชาวญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในนิยายวรรณกรรมแนวไขรหัสคดี สืบสวนสอบสวนและเรื่องราวลึกลับ ซีรีส์กาลิเลโอ เป็นคดีฆาตกรรมที่ใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีตัวเอกคือ ยุกาว่า มานาบุ นักฟิสิกส์ผู้มีฉายาว่ากาลิเลโอ แห่งมหาวิทยาลัยเทโตะ ที่มักจะไม่ค่อยเต็มใจเข้าไปยุ่งกับคดี แต่ปริศนาที่น่าฉงน ท้าทายให้เขาต้องใช้หลักฟิสิกส์เข้าช่วยคลี่คลาย กาลิเลโอไขคดียุ่งเหยิง เป็นเรื่องราวของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า มือปีศาจ ประกาศว่าจะก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง และยังมีข้อความท้าทายถึง กาลิเลโอ อีกด้วย นี่คือการเผชิญหน้ากันระหว่างนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะกับอาชญากรที่ชั่วร้ายที่สุด กาลิเลโอยุกาว่าจะไขคดีอย่างไร

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ไม่มีการทดลองไหนไม่มีค่า"

"คนเราต่างก็มีเรื่องราวมีปัญหาแตกต่างกันไป"

"สังคมไหน ๆ ก็ล้วนมีพวกหวังดีเกินเหตุกันทั้งนั้น"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(มากกว่าชา)


"หยุดเมื่อคิดว่าพอ"

มากกว่าชา
ภูพิงค์ มะโน

ความพอดีเป็นความสมดุล แต่ความพอดีไม่ใช่ตรงกลาง
ความพอดีเป็นทั้งกายภาพและเป็นทั้งความรู้สึก
บางครั้งบางคราจึงไม่อาจหาค่ากลางของความพอดี

เมื่อใดที่คิดจะหยุด
จึงต้องหยุดก่อนถึงจุดที่ต้องการ นั่นแหละคือพอดี
หากหยุดช้าไปกว่านั้น ก็จะเกินพอดี 
หากคิดว่า อีกหน่อยแล้วค่อยหยุด ก็จะไม่ได้หยุดแล้ว


ต้นเรื่อง

มากกว่าชา เป็นหนังสือที่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับพิธีชงชาของญี่ปุ่นจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่ละเอียดลึกซึ้งถึงขนบธรรมเนียมประเพณี สะท้อนให้เห็นความพิถีพิถัน ความเอาจริงเอาจัง แนวคิด ค่านิยม ของคนญี่ปุ่น เรียกได้ว่า มากกว่าชา จริง ๆ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อเวลาผ่านไป มันก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หวนกลับมาอีก"

"ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่หวนกลับมาอีก"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์
“หยุดเมื่อคิดว่าพอ” กูยังไม่พอ กูอยากจะไปต่อ


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ยอดศัสตรา 1)


"เมื่อเล่นแพ้ต้องยอมรับ"

ยอดศัสตรา 1
จิวนึ้ง - น.นพรัตน์

เมื่อเป็นการแข่งขัน ย่อมมีแพ้ มีชนะ มีเสมอ
หากกลัวแพ้ กลัวเสมอก็ไม่ต้องลงแข่งขัน

การทำงานไม่มีเสมอ มีเพียงสำเร็จกับล้มเหลว หากทำไม่สำเร็จก็คือล้มเหลว
หากกลัวล้มเหลวก็ไม่ต้องทำ

ไม่มีผู้ใดที่ชนะทุกครั้งที่แข่งขัน
ผู้ที่แข่งชนะทุกครั้ง แสดงว่าแข่งแต่กับผู้ที่มีฝีมือต่ำกว่ามาก

ไม่มีผู้ใดที่ทำงานแล้วสำเร็จทุกครั้ง
ผู้ที่ทำสำเร็จทุกครั้ง แสดงว่าทำแต่เรื่องง่าย ๆ


ต้นเรื่อง

ยอดศัตรา นวนิยายกำลังภายในเขียนโดย จิวนึ้ง นามปากการ่วมของสองพี่น้อง จิวฮ่ำและจิวไผ่ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นผลงานรางวัลกระบี่เงิน จากการประกวดผลงานวรรณกรรมครั้งที่ 1 โดยชมรมวรรณกรรมกำลังภายในและสำนักพิมพ์กังโซวบุ้นเหง่ย แห่งจีนแผ่นดินใหญ่ ชุดยอดศัตรา ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดอาวุธทั้งเจ็ดของโก้วเล้ง ตัวเนื้อเรื่องทั้ง 7 ตอน เป็นเรื่องราวของอาวุธ 7 ชนิด แต่ละตอนเชื่อมโยงด้วยตัวละครและเหตุการณ์สำคัญต่อเนื่องกัน เล่มที่ 1 ประกอบด้วย 2 ตอนคือ ดาบหิมะเลือด และ หอกผีเสื้อเหิน เล่มที่ 2 ประกอบด้วย 2 ตอนคือ กระดุมกาลี และ พระจันทร์สีดำ เล่มที่ 3 ประกอบด้วย 3 ตอนคือ ร่มพรากวิญญาณ , กระบี่ไม้หอม และ ไม้เท้าสายใจ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"โลกนี้มีบุคคลทุกประเภท ไม่ว่าเรื่องใดล้วนเกิดขึ้นได้"

"การหลบซ่อนหาใช่วิธีแก้ปัญหาไม่"

"คนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม มิใช่หมายความว่าฝีมืออ่อนด้อยเบาปัญญา"

"ผู้อื่นสามารถดูแคลนท่าน แต่ท่านไม่อาจดูแคลนตัวเองเด็ดขาด"

"พลาดท่าเสียทีหนึ่งครั้ง เพิ่มพูนปัญญาหนึ่งส่วน"

"เมื่อเล่นแพ้ต้องยอมรับ ผู้ดื้อด้านคดโกง ไม่นับเป็นลูกผู้ชายชาตรี"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ปราชญ์แห่งธนู)


"ครูไม่ใช่คนที่สอนเรื่องบางอย่าง แต่เป็นคนที่จุดประกายให้ศิษย์พยายามอย่างเต็มที่เพื่อค้นพบความรู้ที่อยู่ในจิตวิญญาณของตัวเอง"

ปราชญ์แห่งธนู
Paulo Coelho - พลอย โจนส์

การเรียนคือ การรับความรู้จากผู้สอน
ผู้เรียนอาจใช้กลวิธีในการรับความรู้ได้สองรูปแบบ

หนึ่งคือ เรียนลัด เป็นการเรียนโดยจดจำสิ่งที่ผู้สอนถ่ายทอดให้เพื่อนำไปใช้โดยตรงไม่ต้องผ่านกระบวนการคิดไตร่ตรอง เรียนลัดจึงใกล้เคียงกับ เลียนแบบ 

หนึ่งคือ เรียนรู้ เป็นการเรียนที่ต้องวิเคราะห์ไตร่ตรอง ทำความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไปต่อยอด แก้ไข ดัดแปลงใช้ได้ตามสถานการณ์ 

ผู้สอนที่ดีต้องสอนให้ผู้เรียนรู้จักการเรียนรู้


ต้นเรื่อง

ปราชญ์แห่งธนู เป็นเรื่องราวของนักยิงธนูและคำสอนของเขา อ่านง่ายเหมือนอ่านนิทาน แต่ลึกซึ้ง ลุ่มลึก เมื่อขบคิดพิเคราะห์ตาม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"คำภาวนาโดยปราศจากการลงมือทำ
 ก็คือลูกธนูที่ปราศจากสายธนู
 การลงมือทำโดยปราศจากคำภาวนา
 ก็คือสายธนูที่ปราศจากลูกธนู"
 เอลลา วีลเลอร์ วิลค็อกซ์
 
"เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ"

"พันธมิตรที่ดีที่สุดคือผู้คิดต่าง"

"หากไม่ยอมเสี่ยงเลย ก็จะไม่มีวันรู้ว่าต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง"

"หากฝึกแล้วยังไม่เพียงพอก็ต้องฝึกซ้ำไปเรื่อย ๆ"

"การฝึกฝนก็เช่นกัน แม้อาจดูเหมือนทำแบบเดิม แต่ทุกครั้งกลับแตกต่าง"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ยอดนักสืบเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน กองทัพอสูรพันธุ์สยองของดอกเตอร์มอโร)


"ทันทีที่คุณตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ มันก็มักจะสายเกินไป"

ยอดนักสืบเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน กองทัพอสูรพันธุ์สยองของดอกเตอร์มอโร
Guy Adams - ผกามาศ อุดมเดชาณัติ

เสียเปรียบ หมายถึงภาวะการเป็นรองในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง
ในการแข่งขัน ผู้เป็นรองมิใช่ไม่มีโอกาสชนะ
ผู้เป็นรองจะสามารถเอาชนะได้ด้วยการวางแผนที่ดี
โอกาสเอาชนะมีอยู่เสมอ แต่ต้องไม่ชะล่าใจ ปล่อยไปจนถึงจุดที่เวลาไม่เพียงพอ

ในการทำงาน ผู้เป็นรองมิใช่ไม่มีโอกาสสำเร็จ
ผู้เป็นรองจะสามารถสำเร็จได้ด้วยการวางแผนที่ดี
โอกาสแห่งความสำเร็จมีอยู่ตลอดเวลา ตราบใดที่ไม่ปล่อยไปจนถึงจุดที่สายเกินไป

แค่เสียเปรียบยังไม่เสียโอกาส


ต้นเรื่อง

ddยอดนักสืบเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน กองทัพอสูรพันธุ์สยองของดอกเตอร์มอโร เป็นอีกเล่มของยอดนักสืบเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่ไม่ได้เขียนโดย เซอร์อาร์เทอร์ โคแนน ดอยล์ จึงอาจมีสำนวนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง โฮล์มส์กับวัตสัน ก็อาจไม่คุยกันเหมือนเก่า เรื่องนี้เนื้อหาดูจะไม่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน และดูจะเพิ่มผู้ช่วยมากมายมาจากนวนิยายหลาย ๆ เรื่อง เพื่อช่วยกันจัดการไขปัญหาการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่วิปริตของดร.มอโร

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"มีสิ่งที่เรายังไม่รู้อีกมาก"

"เราก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งไม่ใช่หรือ"

"เราต่างต้องเล่นบทบาทของตัวเอง"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ซาเก๊าะ)


"ก็เราจะไปเล่นตัวรองทำไม เพราะตัวรองมันแพ้"

ซาเก๊าะ
มนัส จรรยงค์

ในการแข่งขัน ผู้ชนะมิใช่ว่าจะต้องชนะตลอดไป
อาจเพราะเหตุไม่คาด หรือเมื่อหมดสภาพของผู้เคยชนะ
หากไม่ตระเตรียมตัวสำรองไว้ จะมีผู้ชนะตัวจริงให้ทีมอีกหรือไม่

ในการทำงาน คนทำงานสำเร็จมิใช่ว่าจะต้องสำเร็จตลอดไป
อาจเพราะเหตุไม่คาด หรือเมื่อหมดสมรรถนะ 
หากไม่ตระเตรียมตัวรองไว้ จะมีคนทำความสำเร็จตัวจริงให้องค์กรได้อย่างไร

คุณค่าของตัวรองจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากตัวจริง


ต้นเรื่อง

ซาเก๊าะ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของ มนัส จรรยงค์


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ซูสีไทเฮา)


"อันการเล่าเรียนทั้งปวงทุกวันนี้หาได้ทำให้คนฉลาดและรอบรู้ในกิจการทั้งปวง เพราะตำราที่เรียนนั้นมีแต่ตำราที่คนโบราณแต่งไว้ แต่สรรพวิชาความรู้ทั้งปวงนั้นมิได้หยุดยั้งอยู่ แต่ได้เจริญงอกงามออกไป"

ซูสีไทเฮา
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

วิทยาการในโลกล้วนมิได้หยุดนิ่ง
เวลาเดินรุดหน้าไป สรรพวิชาความรู้ก็พัฒนาขึ้น
จะเรียนความรู้ใหม่ต้องใช้ความรู้เก่ามาต่อยอด

หากคิดใช้แต่เพียงความรู้เก่า เท่ากับหยุดนิ่ง 
ผู้ที่หยุดนิ่งใช้แต่เพียงความรู้เก่า ก็เสมือนกับเดินถอยหลัง
คนเดินถอยหลังขณะที่เป้าหมายเคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อไรจะไล่ทัน


ต้นเรื่อง

ซูสีไทเฮา ฉบับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่างจากฉบับอื่นที่ ฉบับอื่นนั้นบรรยายด้วยโวหารธรรมดา แต่ฉบับนี้เขียนแบบที่เรียกว่า เกร็ดพงศาวดาร จึงอ่านได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจแตกต่างกันกับบางเล่มที่ ซูสีไทเฮาเล่มนี้โหดร้าย ใช้เล่ห์เหลี่ยมแลอำนาจอย่างไม่มีขอบเขต

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"หากผู้ใดมีแต่ความจริงใจปราศจากกลมารยาผู้นั้นก็จะเอาตัวมิรอด"

"อันดาบนั้นย่อมเป็นของมีคม ชอบที่ผู้ถือดาบจะระมัดระวังให้จงดี"

"ธรรมดาดอกไม้งามนั้นมิต้องแต่งแต้มระบายสีก็งามนัก จะหาดอกไม้อื่นเปรียบได้โดยยาก"

"อันดอกไม้งามนั้นใช่ว่าจะหายาก"

"อันโชควาสนานั้น ผู้มีปัญญาจะต้องกำหนดขึ้นให้แก่ตนเอง ผู้ที่รอให้โชควาสนามาถึงตัวโดยมิใด้กำหนดนั้น คือผู้หาปัญญามิได้ ไม่มีวันจะเอาตัวรอดได้เลย"

"แต่ก่อนเคยนึกว่าพอมีอำนาจแล้วจะเพียงพอ ประดุจภาชนะที่ใส่น้ำเต็มบริบูรณ์ ครั้นได้อำนาจแล้วจริงก็ปรากฏว่ายังพร่องอยู่ ความปรารถนาอำนาจและความหิวอำนาจนั้นจะทำให้พอให้อิ่มได้ก็ด้วยอำนาจ"

"การต่อสู้นั้นมีอยู่สองประการ คือ ต่อสู้ด้วยสติปัญญาในที่แจ้งหนึ่ง และต่อสู้ด้วยกลอุบายอันลึกซึ้งหนึ่ง "

"อันอำนาจนั้นเปรียบเสมือนน้ำ หากใส่ไว้ในภาชนะอันชำรุด ก็จะรั่วไหลหมดสิ้นไป ถึงจะอุดรู้ไว้ทางหนึ่ง ก็จะรั่วทางอื่นไหลออกไปอีกจนได้ หากเราประสงค์จะมีน้ำใช้เป็นการถาวรยั่งยืนไป ก็เห็นจะต้องทิ้งภาชนะอันชำรุดนั้นเสีย หาภาชนะที่ใหม่และแข็งแรงตวงน้ำเก็บไว้ เราจึงจะได้ประโยชน์"

"ระยะเวลานั้นเป็นของสำคัญนัก หากมีเวลาน้อยก็จะทำการสิ่งใดได้น้อย"

"ในการสงครามนั้นย่อมมีกลอุบายหลายประการ ผู้มีปัญญาย่อมจะล่อให้ข้าศึกตายใจ ปล่อยให้บุกทะลวงเข้ามาในวงล้อมแล้วก็จะจับฆ่าเสียได้มิยาก"

"อันน้ำที่ถูกกวนให้เกิดตะกอนนั้นหากปล่อยให้นิ่งไว้ตะกอนก็จะตกกลับใสได้ใหม่"

"แม้ตั้งข้อสมมติอย่างไรขึ้นมาแล้ว นานเข้าก็ลืมว่าสิ่งนั้นเป็นข้อสมมติ นึกว่าเป็นความจริงไป"

"คนโง่และคนโลภนั้นเลี้ยงไว้ได้ง่ายในตำแหน่งอันสูง"

"อันการทั้งปวงนั้น เมื่อตั้งใจจะทำแล้วก็ต้องรีบทำให้สำเร็จ แม้รอชักช้าการก็จะไม่เป็นไปดังที่คิดไว้"

"แม้พระอาทิตย์ในฤดูหนาวยังเปลี่ยนทิศทางเดินได้ เหตุไฉนเราผู้เป็นมนุษย์ปุถุชนจะเปลี่ยนหนทางของเรามิได้บ้างเล่า"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พนัส โสภณพงษ์
คนโบราณมิได้โง่ แต่คนปัจจุบันฉลาดมิพอมากกว่า
@จตุชัย มณีรัตน์
คนสอนจะรู้มั้ย

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด