วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(อ่านคน-ไทย)


"ประวัติที่แต่งแจกกันตามงานศพ มักมีแต่มุมบวก"

อ่านคน-ไทย
ส. ศิวรักษ์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทั้งทางกายภาพและจิตใจ
มนุษย์จึงจะไม่แสวงหาศัตรูโดยไม่จำเป็น
มนุษย์จึงจะไม่ทำร้ายผู้อื่น มนุษย์จึงจะไม่กล่าวร้ายผู้อื่น
เว้นแต่เหตุสองประการ

หนึ่งคือ มนุษย์ที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน
หนึ่งคือ มนุษย์ที่มีปัญหาทางจิตใจ
 
มนุษย์จะทะเลาะกันเมื่อแย่งชิงสิ่งใดสิ่งหนึ่งของกันและกัน
การอิจฉาริษยาเป็นการแย่งชิงกันประเภทหนึ่ง
การกล่าวดีเกินเหตุ การยกยอปอปั้น ก็เป็นรูปแบบของการกล่าวร้ายชนิดหนึ่ง

ส่วนปัญหาทางจิตใจ มีได้ตั้งแต่ ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ไบโพลาร์ จิตเภท รวมทั้งภาวะทางจิตอันเนื่องมาจากสารเสพติด
โบราณจึงบอกว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา


ต้นเรื่อง

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นบุคคลที่รู้จักคนกว้างขวางทั้งที่ยังมีชีวิตและล่วงลับไปแล้ว จึงอาจพูดถึงชีวประวัติของบุคคลต่าง ๆ ได้ดี เพราะสุลักษณ์จะมองทั้งแง่บวกและแง่ลบ โดยให้เหตุผลว่า "ยิ่งรู้ข้อผิดพลาดของท่าน ทำให้เห็นว่าท่านนั้น ๆ น่ารักขึ้น เป็นมนุษย์ปุถุชนมากขึ้น"

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"จำเพาะคนนอกคอก ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองเท่านั้น ที่จะแสวงหาความเป็นไทให้ตนเองและผู้อื่นได้"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 7)


"น่าเสียดายที่ในโลกไม่มียารักษาโรคสำนึกเสียใจ"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 7
จิ่วถู - น.นพรัตน์

สำนึกเสียใจ เป็นความรู้สึกตระหนักอย่างแท้จริงถึงความผิดพลาดของตนที่ได้พูดหรือกระทำ และสิ่งที่พูดหรือกระทำนั้นสร้างความเดือดร้อน เจ็บปวด เสียหาย แก่ผู้อื่น

สำนึกเสียใจ เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่อาจย้อนกลับไปไม่พูดหรือไม่กระทำ
เมื่อใดที่รู้สึกสำนึกเสียใจก็มักจะ สายไปเสียแล้ว
ทางแก้จึงมีเพียง คิดให้รอบคอบก่อนทำ คิดให้ถี่ถ้วนก่อนพูด

คนหน้าเนื้อใจเสือ ก็คิดรอบคอบคิดถี่ถ้วนก่อนพูดก่อนทำเช่นกัน


ต้นเรื่อง

เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"น้ำที่อยู่ไกลก็เป็นน้ำ ขอเพียงรู้จักใช้สอยจะเกิดผลอย่างคาดไม่ถึง"

"ลมต้องมีวันสงบนิ่ง"

"หากว่ารากตายไป กิ่งใบจะคงอยู่ได้อย่างไร"

"เรื่องที่ท่านไม่เคยพบเห็นมีมากมายอยู่แล้ว"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ไกรสร)


"หินหนักทับหญ้าไว้หลายสิบปี พอถึงคราวยกหินออก รากที่ฝังอยู่ใต้ดินมันค่อย ๆ ฟื้นตัว พอได้ฝนได้แดด
ต้นหญ้าอ่อน ๆ มันก็งอกขึ้นมา"

ไกรสร
ดวงตา

ฝังรากลึกคือ ความคิด ความเชื่อ ความมีอคติ หรือพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้คนที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จนยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ หากเกิดกับองค์กร ก็ฝังรากลึกจนเป็นส่วนหนึ่งของระบบในองค์กร

หญ้าที่ดูเหมือนแห้งตาย แท้จริงแห้งเพียงแค่ใบ เมื่อได้รับน้ำฝน ส่วนของลำต้นและรากที่อยู่ใต้ดินยังสามารถแตกใบขึ้นมาใหม่ได้

เรื่องราวบางอย่าง บางครั้งบางคราดูเหมือนสามารถแก้ไขได้สงบเรียบร้อย
แต่แท้จริง เพียงแค่รอโอกาส เพียงแค่รอสมัครพรรคพวก เพียงแค่รอตัวกระตุ้น เดี๋ยวมันก็กลับมา


ต้นเรื่อง

ไกรสร หนังสือรองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัลชมนาด ประเภทนวนิยายประจำปี 2565 เป็นหนังสือที่เริ่มต้นเหมือนจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวน แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปกลับเป็นเรื่องราวของชีวิต สัจธรรมของการมีชีวิต สะท้อนปัญหาสังคมที่แม้ผู้เขียนจะไม่กำหนดให้ตัวละครใดผิดหรือถูก แต่ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านคิดวิเคราะหืด้วยจิตของตน

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"บางอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็น่าจะดีกว่า"

"คนเรามักตัดสินผู้อื่นจากรูปธรรม"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 5)


"น้ำไม่มีรูปทรงแน่ชัด ทุกความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการใช้"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 5
จิ่วถู - น.นพรัตน์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่มีความเป็นอยู่ร่วมกัน หล่อหลอมเป็นรูปแบบเดียวกันเรียกว่า วิถีชีวิตของสังคม

วิถีชีวิตจึงเป็นทั้งความคิด ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม ตลอดจนพฤติกรรม กิจวัตรความเป็นอยู่ ที่มนุษย์ผู้หนึ่งมีและใช้ สอดคล้องร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมเดียวกัน

การจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคม จะเป็นเรื่องไม่ยาก
การจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคม จะทำได้ยั่งยืน
หากการเปลี่ยนแปลงนั้น ออกแบบให้เหมือนน้ำ ที่เปลี่ยนรูปทรงไปตามภาชนะ

หากการเปลี่ยนแปลงนั้น ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคม


ต้นเรื่อง

ddเทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เรื่องบางประการปล่อยให้เลอะเลือนยังดีกว่าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง"

"คิดกระทำการใหญ่ไม่คำนึงถึงข้อปลีกย่อย"

"หากคิดหวังให้ผู้อื่นยึดถือท่านเป็นผู้คน ท่านเองต้องทำตัวเป็นผู้คนก่อน"

"เพลี่ยงพล้ำหนึ่งครั้ง ถือเป็นบทเรียนหนึ่งครา หากไม่คิดตาย ต้องใคร่ครวญให้มากกว่านี้"

"การทหารไม่มีรูปแบบแน่นอน น้ำไม่มีรูปทรงแน่ชัด ทุกความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการใช้"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ 16)


"หินก้อนเดียวเกิดระลอกชั้น"

เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ 16
หวงอี้ : น.นพรัตน์


เมื่อโยนหินลงในสระน้ำ ย่อมเกิดระลอกคลื่นกระจายเป็นวงกว้าง
เมื่อพลังงานของคลื่นสลายไป ผิวน้ำก็จะกลับมาเรียบสงบเหมือนเดิม
แต่สระน้ำไม่เหมือนเดิม
ในสระน้ำมีหินเพิ่มขึ้น น้ำในสระอาจกระฉอกกระเด็นออกไปเหลือน้อยกว่าเดิม

เมื่อตัดสินใจกระทำการสิ่งใด อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งที่แลเห็นและที่ซ่อนอยู่
เมื่อดูเหมือนความสงบกลับคืนมา ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งอย่างจะเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผลกระทบของการกระทำหนึ่ง มากกว่าที่คิดเสมอ


ต้นเรื่อง

เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ เป็นผลงานของ หวงอี้ เป็นภาคที่ 2 ในชุดไตรภาคถังรุ่งเรือง ดำเนินเรื่องสืบต่อมาจาก เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ เมื่อราชสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลง ชีวิตของ หลงอิง ที่เข้ามาพันพัวกับราชสำนักย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เรื่องราวยังคงตื่นเต้นพลิกไปพลิกยาว รวม 18 เล่ม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ลงมือก่อนย่อมมีเปรียบกว่า"

"ชาญฉลาดชั่วชีวิต เลอะเลือนงมงายชั่ววูบ"

"เมื่อเกี่ยวข้องกับการเมืองก็ไม่อาจวัดคำนวณด้วยเหตุผลธรรมดา"

"เพียงดูสถานการณ์ใหญ่ ให้บริวารจัดการเรื่องปลีกย่อย นี่จึงเป็นท่าทีที่ผู้นำจึงพึงมี
 
"เมื่อคิดหวังผล ก็ต้องจ่ายออกไป"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด






วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4)


"ผู้คนจากกันสามวัน ต้องประเมินฝีมือใหม่"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4
จิ่วถู - น.นพรัตน์

ผู้คนมีทั้งโง่และฉลาด
คนโง่ สามารถพัฒนาตนให้ฉลาดขึ้นได้
คนฉลาด ก็สามารถถดถอยให้ตนโง่ลงได้

คนโง่ที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์ จะกลับเปลี่ยนเป็นคนฉลาด
คนฉลาดที่จมอยู่ในน้ำเต็มแก้ว ขณะที่ความรู้ในโลกพัฒนาขึ้น จึงกลับกลายเป็นคนโง่

คนฉลาดที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ก็จะยิ่งฉลาดขึ้น
คนโง่ที่ยิ่งกลัวการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ ก็จะยิ่งโง่ลง

ไม่ว่าคนโง่หรือคนฉลาด หากอยู่เฉย ๆ จะโง่ลงแน่นอน


ต้นเรื่อง


เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ทำลายล้างง่ายดายกว่าสร้างสรรค์"

"เพื่อจัดการกับศัตรูสามารถใช้วิธีการทั้งมวล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 2)


"กฎเป็นของตายตัว แต่คนเป็นสิ่งมีชีวิต"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 2
จิ่วถู - น.นพรัตน์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
มนุษย์จึงต้องสร้างกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกัน
กฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ตายตัว แต่มนุษย์กลับเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอตามกระบวนทัศน์ของสังคม

กฎเกณฑ์ที่ตายตัวจึงอาจไม่ตอบโจทย์ความจริงของสังคมอีกต่อไป
สังคมที่ดี จึงต้องสามารถปรับกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม
แต่ไม่ใช่การสร้างกฎเกณฑ์ที่ยืดหยุ่น
หากกฎเกณฑ์ยืดหยุ่น สังคมก็ขาดมาตรฐาน อาจเกิดความเหลื่อมล้ำ เกิดความสับสน นำไปสู่สังคมที่ยุ่งเหยิง


ต้นเรื่อง


เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"คนตายในสมรภูมิสู้รบ เก้าในสิบสืบเนื่องจากความโง่เขลาของตัวเอง"

"ภารกิจอันดับแรกของขันทีก็คือคำนวณพระทัยฮ่องเต้"

"ผู้คนมีบ้างพึงกระทำ บ้างไม่พึงกระทำ"

"เรื่องที่ไม่สมควรยุ่งเกี่ยว ทางที่ดีอย่าได้ยุ่งเกี่ยว"

"หากกระบี่ขึ้นสนิม ยังนับเป็นกระบี่หรือ"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด