"มีผู้คนบางคนมีนิสัยคล้ายเถาวัลย์ไม้เลื้อย สามารถเลื้อยขึ้นสูงเท่าใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเอง หากแต่อยู่ที่ยึดเกาะต้นไม้ใหญ่"
เทพบุตรกู้บัลลังก์ 9
จิ่วถู - น.นพรัตน์
ไม้เลื้อย ให้ประโยชน์กับสิ่งที่มันเกาะ ทั้งอาจบังแสงที่จ้าเกิน ทั้งอาจช่วยพยุงให้เกิดความแข็งแรง
ไม้เลื้อย ไม่อาจตั้งตัวตรงขึ้นเองโดยลำพัง หากถอดหลักที่ไม้เลื้อยอาศัยออก ไม้เลื้อยก็จะหล่นไปกองกับพื้นดิน
คนที่ทำตัวเป็นไม้เลื้อย ก็ต้องอาศัยการเกาะ เลื้อย พันผู้อื่นเพื่อขึ้นไปหาแสง เพราะไม่อาจเจริญเติบโตได้ด้วยตนเอง
คนที่ทำตัวเป็นไม้เลื้อย ย่อมเป็นประโยชน์ใช้สอยของหลักเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
เมื่อใดที่หลักไม้เลื้อยล้มลง ผู้เกาะเลื้อยพันย่อมล้มตามไม่เป็นท่า
คนที่ทำตัวเป็นไม้เลื้อย จึงต้องสนับสนุนส่งเสริมส่งส่วยให้หลักไม้เลื้อยแข็งแรงสม่ำเสมอ
ต้นเรื่อง
เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข
Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้
"เขียวกลั่นจากครามหากเข้มกว่าคราม"
"ทำงานไม่คล้อยตามนายจ้าง เหน็ดเหนื่อยจนตายก็สูญเปล่า"
จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด






