วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1)


"ในใต้หล้านี้ไม่มีสลักที่ปลดไม่ออก"

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1
หรงจิ่ว - ตังตัง

สลัก คือเครื่องกั้นที่ใช้ขัดขวางการเปิดประตูหรืออุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
หากไม่ปลดสลัก ย่อมไม่อาจเปิดประตูหน้าต่างหรือใช้อุปกรณ์นั้น
ไม่มีสลักใดที่ปลดไม่ออก

ปัญหา คือ ข้อขัดข้องที่เป็นตัวขัดขวางการทำงาน
หากไม่แก้ปัญหา ย่อมไม่อาจทำงานนั้นสำเร็จ
ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ อาจจะยากแต่แก้ได้


ต้นเรื่อง

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เป็นผลงานของ หรงจิ่ว แปลโดย ตังตัง เป็นนวนิยายบ้อนยุคไปในยุคสงครามระหว่างแค้วน กองทัพที่มีชื่อเสียงสูงสุดได้แก่กองทัพตระกูลเยว่ ที่ซ่อนความลับไว้ไม่มีใครรู้ว่า คุณชายรองตระกูลเยว่ แม่ทัพอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วเป็นสตรี ที่ต่อมาถูกบุคคลรอบข้างทรยศึงกลับถูกสังหารจมลงสู่แม่น้ำที่หนาวยะเยือก สิบเอ็ดปีต่อมานางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหารย์ การตามล่าหาความจริงเพื่อการล้างแค้นจึงบังเกิดขึ้น

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อเคยชินก็จะดีขึ้นเอง"

"หนึ่งคนบรรลุเซียน ทั้งไก่และสุนัขขึ้นสวรรค์"

"เป็นศัตรูรบหาใช่ศัตรูแค้น"

"การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก"

"เรื่องต่าง ๆ มีลำดับความสำคัญ"

"ผู้บริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัว"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6)


"ทุกผู้คนล้วนสวมหน้ากากอันหนึ่ง"

เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6
เกิงซิน - น.นพรัตน์

หน้ากาก คือ เครื่องบังใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้คนสวมหน้ากากก็เพื่อมิให้ผู้ใดผู้หนึ่งจดจำได้
เมื่อไม่มีผู้ใดจดจำได้ จึงอาจกระทำสิ่งที่แม้อาจผิดกฎเกณฑ์ หรือผิดต่อมนุษยธรรม
หากไม่มีผู้ใดจดจำได้ ก็อาจไม่จำต้องสวมหน้ากาก เพียงแค่จินตนาการว่าสวมหน้ากาก

ไม่ว่าจะสวมหรือไม่สวมหน้ากาก
ปิดบังผู้อื่นได้ แต่ปิดบังตนเองไม่ได้


ต้นเรื่อง

เจาะเวลาหาโจโฉ เป็นนวนิยายอิงพงศาวดารสามก๊ก ภาคพิสดาร ที่กำหนดให้ เล่าฉ่วงตัวเอกของเรื่องตายย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปอยู่ในร่างของเล่าฉ่วงในยุคสามก๊ก จึงกลับกลายเป็นเล่าฉ่วงที่มีความสามารถในร่างเดิมบวกความรู้ในจิตวิญญานใหม่ ลดข้อด้อยเพิ่มข้อเด่นเป็นเล่าฉ่วงที่โดดเด่นในสามก๊กที่หลอกว้านจงไม่เคยบันทึกมาก่อน ประวัติศาสตร์สามก๊กจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงจากที่เล่าฉ่วงยุคปัจจุบันเรียนรู้มาหรือไม่คง มีแต่เล่าฉ่วงเท่านั้นที่รู้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"แม่ทัพเป็นจิตวิญญาณของไพร่พล"

"จะอย่างไรในการศึกครั้งนี้ ต้องมีแพะรับบาปตนหนึ่ง"

"โอกาสไหนเลยได้มาตามใจปรารถนา"

"ในชีวิตของคน มีเรื่องไม่สมปรารถนาแปดเก้าส่วน แต่ไม่ว่าอย่างไรสมควรมีเรื่องน่ายินดีอยู่บ้าง"

"ลูกผู้ชายถือกำเนิดเกิดมา ชนะไม่ลำพอง พ่ายแพ้ไม่ท้อถอย จึงจะสำเร็จกิจการ"

"เมื่อทำศึกสงคราม ไหนเลยไม่พลิกแพลงได้"

"ตบตีคนไม่ตบหน้า ด่าทอคนไม่สะกิดแผลเก่า"

"ไม่ถามไถ่ว่าศัตรูมีมากน้อยเท่าใด เพียงถามว่าศัตรูอยู่ที่ใด"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด


วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน)


"ให้ก็คือให้ อย่าหวังผลตอบแทนใด ๆ"

เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน
อู๋ฮุ่ยเซียง

ให้ คือการมอบโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
หากให้โดยหวังสิ่งตอบแทน เรียกว่าขาย

หลายคนขาย แต่บอกว่าให้
คนได้รับ บางครั้งคิดว่าเขาให้ แท้จริงเขาขาย 
เขาขายเป็นเงินเชื่อ ผู้ซื้ออย่าลืมกลับไปจ่ายในภายหลัง
เขาขายเป็นเงินผ่อน ผู้ซื้อต้องตามชำระเป็นงวด ๆ
เขาขายแบบขายฝาก ระวังเขาจะกลับมาเอาคืน


ต้นเรื่อง

เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน เป็นเรื่องจริงของแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยตั้งใจด้วยเจตนาดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แต่แล้วการทุ่มเทเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวมกลับถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกร เมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต ญาติดำเนินเรื่องสู่คดีในศาลในข้อหาหมอละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนผู้ป่วยเสียชีวิต แพทย์หญิงท่านนี้ต้องต่อสู้อย่างอดทนบนความสูญเสียหลายสิ่งอย่าง เมื่อสิ้นสุดคดี จึงนำมาบันทึกบทเรียนของปวงชน ทั้งแพทย์และบุคคลทั่วไปควรอ่านเพื่อทำความเข้าใจ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"วินาทีแรกของการตัดสินใจ เราจะใช้อารมณ์มากกว่าคำว่าเหตุผล"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์
ให้เพื่อหวังให้เขาตอบแทน เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนต่างตอบแทน ไม่ใช่การให้
@Sukontip Srichan
ให้คือให้ ไม่ต้องหวังผลตอบแทน สบายใจ


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ)


"โลกนี้มีคนไม่ดีก็จริง แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง"

กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - วงศ์สิริ สังขวาสี มิยาจิ


โลกนี้มีคนดีจำนวนมาก
โลกนี้ก็มีคนไม่ดีจำนวนมากเช่นกัน
เมื่อมองเชิงบวก คนดีมีมากกว่าคนไม่ดี
เมื่อมองจากความจริง ไม่มีใครตอบได้ว่าคนดีมากกว่าหรือคนไม่ดีมีมากกว่า

แต่โลกนี้ก็ยังมีคนดี


ต้นเรื่อง

ฮิงาชิโนะ เคโงะ เป็นนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ชาวญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในนิยายวรรณกรรมแนวไขรหัสคดี สืบสวนสอบสวนและเรื่องราวลึกลับ ซีรีส์กาลิเลโอ เป็นคดีฆาตกรรมที่ใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีตัวเอกคือ ยุกาว่า มานาบุ นักฟิสิกส์ผู้มีฉายาว่ากาลิเลโอ แห่งมหาวิทยาลัยเทโตะ ที่มักจะไม่ค่อยเต็มใจเข้าไปยุ่งกับคดี แต่ปริศนาที่น่าฉงน ท้าทายให้เขาต้องใช้หลักฟิสิกส์เข้าช่วยคลี่คลาย กาลิเลโอไขคดีสืบวิญญาณ เป็นเรื่องราวของคดีที่ดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีปมปริศนาบางอย่าง ที่ดูจะสัมพันธ์กับปรากฏการณ์ลี้ลับ ทั้งเรื่องบุพนิมิตของฆาตกร และวิญญาณของผู้ตายที่มีพยานพบเห็น เรื่องราวเหล่านี้จึงไม่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ กาลอเลโอยุกาว่าจึงต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวจนได้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"มนุษย์ทุกคนถูกอะไรบางอย่างชักใยทั้งนั้นแหละ"

"ความงมงายของคนเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้"

"ตอนที่ก่ออาชญากรรมครั้งแรกเกิดมาจากแรงจูงใจบางอย่าง ซึ่งทำให้บันดาลโทสะจนก่อคดีขึ้นมา เมื่อก่อเหตุแล้วจิตใจก็ยิ่งโหดเหี้ยม แยกไม่ออกว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นมีสาเหตุจากอะไร จึงก่อคดีขึ้นใหม่เป็นวงจรอุบาทว์อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกที ก็ไม่สนใจแล้วว่าเริ่มแรกเดิมที่มีที่มาที่ไปอย่างไร"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(กลับสู่โลกสมมุติ)


"อย่าอยู่ในโลกจินตนาการ จนแยกแยะโลกความจริงไม่ออก"

กลับสู่โลกสมมุติ
รัชศักดิ์ จิรวัฒน์

จินตนาการ เป็นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่อิงอยู่บนพื้นฐานสมเหตุสมผล
จินตนาการ แม้บางครั้งอาจดูเกินจริง แต่ก็ยังเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้อย่างเป็นระบบ
จินตนาการ ล้วนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเดิม
โลกนี้พัฒนาก้าวหน้ามาได้ก็ด้วยจินตนาการของมนุษย์

หลายผู้คนสับสนระหว่างจินตนาการกับความฝัน
ความฝัน เป็นเพียงความรู้สึกที่เลื่อนลอยไร้ทิศทางไร้การควบคุม
ความฝัน ไม่ช่วยสร้างโลก


ต้นเรื่อง

กลับสู่โลกสมมุติ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของ รัชศักดิ์ จิรวัฒน์ นักเขียนมากฝีมือที่เคยได้รับรางวัลเรื่องสั้นจากหลายที่ อ่านแล้วหลายเรื่องก็กระตุกความคิดให้กลับสู่โลกแห่งความจริง

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ฉันทำแต่สิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องเสมอ"

"คุณนี่มันดื้อไม่เปลี่ยนเลยนะ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Sukontip Srichan
ภาษาสมัยใหม่ เขาเรียกว่ามโน ไม่น่าเชื่อว่าในสังคมไทยนับวันจะมีคนประเภทนี้มากขึ้น ๆ ขาดสติ ไม่แยกแยะ เหตุผล ประมาณว่าอุปทานหมู่


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(มังกรคู่สู้สิบทิศ 7)


"การเยินยอผู้คนควรมีความพอดี"

มังกรคู่สู้สิบทิศ 7
หวงอี้ : น.นพรัตน์

การเยินยอ คือการกล่าวยกย่องชมเชยที่เกินจริง เพื่อให้เกิดความพึงพอใจ
คำเยินยอ ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลของความจริงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
หากไม่มีความจริงเลย...ถ้ามิใช่การประจบสอพลอ ก็เป็นการแดกดัน
ผู้คนสามารถแยกแยะได้ระหว่าง ความจริง เยินยอ ประจบสอพลอ หรือแดกดัน

แต่ทุกผู้คนก็ชมชอบคำเยินยอ แม้รู้ว่าเกินจริง แม้รู้ว่าไม่ได้มาจากความจริงใจ
ทุกผู้คนล้วนชอบคำเยินยอ เพราะคำเยินยอทำให้รู้สึกดี ชุ่มชื่นจิตใจ เหมือนตัวลอยอยู่นิด ๆ

การเยินยอผู้อื่นควรมีความพอดี


ต้นเรื่อง

มังกรคู่สู้สิบทิศ วรรณกรรมจีนแต่งโดย หวงอี้ ในรูปแบบนิยายอิงประวิติศาสตร์ เป็นเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์ถัง ตัวเอกของเรื่องเป็นสองเด็กกำพร้าแห่งเมืองหยางโจว โค่วจง และ ฉีจื่อหลิง ใช้ชีวิตจากการเป็นอันธพาล ลักเล็กขโมยน้อย ต่อมาฟ้าประทานให้ทั้งสองได้รับเคล็ดวิชา จนสามารถรวบรวมสมัครพรรคพวกเป็นกองกำลังเข้าร่วมกระบวนการชิงแผ่นดิน ไม่ว่าเรื่องราวจะหนักหนาสาหัสถึงกับต้องแลกด้วยชีวิตปานใด คุณธรรมก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สองสหายยึดมั่น มังกรคู่สู้สิบทิศ แบ่งออกเป็น 2 ภาค ภาคแรก มังกรคู่สู้สิบทิศ 10 เล่ม และภาค 2 มังกรคู่สู้สิบทิศ ภาคสมบูรณ์ 11 เล่ม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"การหนีคือยอดกลยุทธ"

"บางครั้งผู้คนจะกระทำเรื่องโง่เขลา"

"ทุกสิ่งในโลกหล้าล้วนเป็นความเลื่อนลอย"

"ไม่ว่าผู้ใดกระทำเรื่องราวใด ล้วนกำหนดเป้าหมายอย่างเด่นชัด"

"ต่อให้เป็นมหาโจร ยังนึกหาเหตุผลแก้ต่างให้แก่ตัวเอง"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(startup ideas!! ไม่เริ่มคิดใหม่ ก็เดินได้ไกลเท่าเดิม)


"เมื่อตั้งโจทย์ผิด คำตอบก็เลยผิดไปด้วย"

startup ideas!! ไม่เริ่มคิดใหม่ ก็เดินได้ไกลเท่าเดิม
วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง และ วรมน ดำรงศิลป์สกุล

คำตอบขึ้นอยู่กับคำถาม
หากคำถามชัดเจน คำตอบที่ถูกต้องก็จะชัดเจน
หากคำถามผิด คำตอบก็จะผิด

การแก้ปัญหา จึงอยู่ที่คำถามว่าตรงกับสาเหตุของปัญหาหรือไม่
แก้ปัญหาไม่ได้ จึงอาจไม่ใช่ไม่สามารถ
แก้ปัญหาไม่ได้ อาจอยู่ที่ตั้งโจทย์ผิด
การแก้ปัญหา จึงอยู่ที่คนกำหนดปัญหา


ต้นเรื่อง

Startup Ideas!! ไม่เริ่มคิดใหม่ ก็เดินได้ไกลเท่าเดิม เป็นหนังสือแนวคิดเชิงธุรกิจที่รวบรวมองค์ความรู้ในเชิงสร้างสรรค์จากบุคคลหลากหลายมาวิเคราะห์นำเสนอได้อย่างเป็นระบบให้อ่านเข้าใจง่าย ๆ กระตุ้นความคิดแม้ผู้ที่ไม่สนใจเส้นทางธุรกิจ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ไม่เริ่มคิดใหม่ ก็เดินได้ไกลเท่าเดิม"

"อย่าคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ จากการกระทำเดิม ๆ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พนัส โสภณพงษ์
บางคนตั้งสมมุติฐานผิด และก็เชื่อในสมมุติฐานที่ตั้งขึ้น โดยไม่เคยพิสูจน์


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด