วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ซาเสียวเอี้ย 1)


"ไม่ว่าผู้ใด หลังจากเป็นเถ้าแก่ใหญ่เช่นมันจะมีโอกาสรู้จักคนไม่มากนัก"

ซาเสียวเอี้ย 1
โก้วเล้ง - น.นพรัตน์

คนเป็นสัตว์สังคมที่รู้จักกันมีปฏิสัมพันธ์กัน
การรู้จักกัน ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และมุมมอง เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล
การรู้จักกัน เป็นการสร้างมิตรภาพ ลดความขัดแย้ง เกิดการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งในงาน สังคมและส่วนตัว

ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นผู้คนน่าจะมีโอกาสรู้จักกันได้มากขึ้น
แต่ในโลกแห่งความจริง ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นคนจะรู้จักผู้อื่นในสัดส่วนที่ลดลง
และหากผู้ใดมีตำแหน่งฐานะในสังคมที่สูงขึ้น ยังจะรู้จักผู้อื่นในจำนวนที่น้อยลง

ผู้คนที่มีตำแหน่งสูงในสังคม อาจมีโลกทัศน์แคบลง
ผู้คนที่มีตำแหน่งสูงในสังคม อาจมีมิตรน้อยลง

ผู้คนที่มีตำแหน่งสูงในสังคม ถ้าไม่โดดเดี่ยวตนเอง ก็ถูกผู้อื่นทอดทิ้ง


ต้นเรื่อง

ซาเสียวเอี้ย นวนิยายกำลังภายใน บทประพันธ์ของโก้วเล้ง แปลโดย น.นพรัตน์ เรื่องราวของคุณชายเล็กที่สามของตระกูลเจี่ย ผู้เป็นฝีมือสุดยอดด้านกระบี่อันดับหนึ่งของแผ่นดินตั้งแต่วัยเยาว์ แต่วันหนึ่งซาเสียวเอี้ยกลับหายตัวไป ร่ำลือกันว่ามันเสียชีวิตไปแล้ว เรื่องราวของอากิก หนุ่มซอมซ่อที่ต้องกล้ำกลืนทุกข์ทนต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรีหารายได้ชดใช้ค่าสุราในซ่องนางโลม และเรื่องราวของอี้จับซา มือกระบี่ยอดฝีมือที่เฝ้าตามหาซาเสียวเอี้ย เพื่อพิสูจน์สุดยอดมือกระบี่ในบู๊ลิ้ม เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ฆ่าสังหาร ล้างแค้น คุณธรรมและการหักหลังเพื่อเอาตัวรอด สนุกตามแบบฉบับโก้วเล้ง

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"มีเรื่อบางประการเมื่อไม่สามารถอธิบาย ไยต้องอธิบาย"

"เรื่องที่ไม่มีความมั่นใจ อย่าได้กระทำเด็ดขาด"

"ทุกผู้คนล้วนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา"

"คนผู้หนึ่งหากมีโอกาส ต้องเกาะกุมให้ดี อย่าได้ปล่อยปละละเลย"

"ยอดฝีมือต่อสู้กัน ไม่ได้สู้ด้วยกำลัง"

"หากคิดฆ่าคน ไม่อาจกระตุ้นความสนใจของผู้คน"

"สินค้าดีมักขายให้กับคนรู้จักสินค้า"

"ขุนเขาก็มีเวลาพังทลายลงได้"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 10)


"เมื่อเป็นการเจรจาต่อรอง ย่อมต้องออกอุบายต่าง ๆ นานา"

เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 10
เกิงซิน - น.นพรัตน์

ผู้บริหารมีหน้าที่ในการจัดการงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
ผู้บริหารมีหน้าที่ทำให้ถูกต้อง (Do things right) ไม่ใช่ทำสิ่งที่ถูกต้อง (Do the right things)
บางครั้งผู้บริหารอาจต้องแสดงบทบาทนายหน้า (Broker) เพื่อประสานกับทุกฝ่าย

นายหน้าที่เก่งต้องมีศักยภาพในการเจรจาต่อรอง (Negotiation)
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องมีความรู้ความเข้าใจในในเรื่องนั้น ๆ 
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องมีวิธีการอันแยบคาย มีลูกล่อลูกชน และ
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องรักษาคำพูด จึงจะมีความน่าเชื่อถือสูง

หากเจรจาต่อรองแล้วไม่รักษาคำพูด ก็เป็นได้แค่นักต้มตุ๋น


ต้นเรื่อง

เจาะเวลาหาโจโฉ เป็นนวนิยายอิงพงศาวดารสามก๊ก ภาคพิสดาร ที่กำหนดให้ เล่าฉ่วงตัวเอกของเรื่องตายย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปอยู่ในร่างของเล่าฉ่วงในยุคสามก๊ก จึงกลับกลายเป็นเล่าฉ่วงที่มีความสามารถในร่างเดิมบวกความรู้ในจิตวิญญานใหม่ ลดข้อด้อยเพิ่มข้อเด่นเป็นเล่าฉ่วงที่โดดเด่นในสามก๊กที่หลอกว้านจงไม่เคยบันทึกมาก่อน ประวัติศาสตร์สามก๊กจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงจากที่เล่าฉ่วงยุคปัจจุบันเรียนรู้มาหรือไม่คง มีแต่เล่าฉ่วงเท่านั้นที่รู้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"กลัวว่าวิกาลยาวนาน ฝันยุ่งเหยิง"

"ล่าถอยก่อนจะกลายเป็นอ่อนแอ"

"คนเปิดเผยไม่กระทำเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ"

"ในโลกนี้ขอเพียงมีผลประโยชน์ ผู้คนก็กล้าที่จะเสี่ยงอันตราย"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@ผ่องพรรณ ธีระวัฒนศักดิ์
ที่เรียกว่าเกี้ยเซี้ยกัน​
@เพ็ญศรี มโนวชิรสรรค์
ไม่รู้ใครหลอกใคร


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระเจ้าตาก)


"เมื่อบิดาตีบุตร ๆ ก็ต้องวิ่งไปหามารดา"

ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระเจ้าตาก
รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัช

องค์กร คือกลุ่มคนหลากหลายที่ร่วมทำภารกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน
หากเพียงผู้หนึ่งผู้ใดสามารถทำได้ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องมีองค์กร
การร่วมงานกับคนในองค์กรไม่นับเป็นการพึ่งพา
การรับฟัง การสนับสนุนคนในองค์กรจึงไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือ
เพราะนั่นคือหน้าที่ของคนในองค์กรเดียวกัน

อย่าหวังแต่พึ่งพาคนนอกองค์กร


ต้นเรื่อง

ประวัติศาสตร์ไทยเป็นเรื่องราวการบันทึกของผู้ชนะ จึงทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกลายเป็นเรื่องอึมครึมของคนไทย มีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระองค์จำนวนมาก มีทั้งที่พยายามวิเคราะห์ไปกระทั่งใช้พงศาวดารกระซิบตลอดจนไสยศาสตร์ อ้างอิงซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร หนังสือเล่มนี้พยายามวิเคราะห์โดยพยายามใช้ข้อมูลรอบด้านมากที่สุดเพื่อไขปริศนาพระเจ้าตาก


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ลมไล่ล่า หิมะพาหนี)


"จะกินโมจิก็ต้องไปร้านโมจิ"

ลมไล่ล่า หิมะพาหนี
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - ธนัญ พลแสน

ในงานวิจัย ตัวแปรที่เข้ามาแทรกซ้อนความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ทำให้ผลการวิจัยบิดเบือนไปจากความเป็นจริง เรียกว่า ตัวกวน (Confounder)
การควบคุมตัวกวนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบงานวิจัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การทำงานใดก็ตาม จึงต้องระมัดระวัง ตัวกวน ที่จะเข้ามาแทรกซ้อนให้ผลลัพธ์ของงานบิดเบี้ยวไป
เมื่อมุ่งมั่นจะทำสิ่งใด ให้มุ่งมั่นในสิ่งนั้น อย่าไขว้เขวกับตัวกวน

รายงานจากงานวิจัย พบว่า ผู้บริหาร เป็นตัวกวนที่พบได้บ่อยที่สุดในที่ทำงาน


ต้นเรื่อง

ลมไล่ล่า หิมะพาหนี ผลงานนิยายชุดสืบสวนสอบสวนของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ อีกเล่มที่สนุกน่าติดตาม เป็นเรื่องราวของ เด็กหนุ่มนักศึกษาที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปกับเพื่อนคู่ใจ เพื่อตามหาพยานอ้างอิง เมื่อถูกตำรวจสงสัยว่าเป็นฆาตกรตัวสำคัญ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างสิ ถึงจะเรียกว่ามืออาชีพ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Patchara Chad-Udompan
จะดับทุกข์ ก็ต้องรู้ทุกข์


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 2)


"คนปราดเปรื่องย่อมไม่กล่าววาจาอ้อมค้อม"

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 2
หรงจิ่ว - ตังตัง

การพูดจาอ้อมค้อม คือ การพูดวกวน พูดไม่ตรงประเด็น
ผู้คนจะพูดจาอ้อมค้อมเมื่อ
หนึ่ง ผู้พูดกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องสำคัญ เรื่องละเอียดอ่อน หรือ
หนึ่ง ผู้พูดไม่รู้จริงในเรื่องที่กำลังพูด

พูดจาอ้อมค้อมทำให้สับสนและเสียเวลา
เว้นแต่ ผู้พูดกำลังพรรณนาโวหารเพื่อสร้างกวีนิพนธ์
ไม่ใช่กวี อย่าพูดจาอ้อมค้อม


ต้นเรื่อง

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เป็นผลงานของ หรงจิ่ว แปลโดย ตังตัง เป็นนวนิยายบ้อนยุคไปในยุคสงครามระหว่างแค้วน กองทัพที่มีชื่อเสียงสูงสุดได้แก่กองทัพตระกูลเยว่ ที่ซ่อนความลับไว้ไม่มีใครรู้ว่า คุณชายรองตระกูลเยว่ แม่ทัพอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วเป็นสตรี ที่ต่อมาถูกบุคคลรอบข้างทรยศึงกลับถูกสังหารจมลงสู่แม่น้ำที่หนาวยะเยือก สิบเอ็ดปีต่อมานางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหารย์ การตามล่าหาความจริงเพื่อการล้างแค้นจึงบังเกิดขึ้น

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ศัตรูของศัตรูสามารถเป็นสหาย"

"สรรพสิ่งในใต้หล้าไม่มีคำว่า “ถ้า”

"กินคำเดียวมิอาจกลายเป็นคนอ้วน"

"แสดงงิ้วต้องแสดงให้ครบองก์"

"คนผู้หนึ่งแท้จริงเชี่ยวชาญบุ๋นหรือช่ำชองบู๊ ล้วนอยู่ที่ตนเอง"

"เหตุใดจึงต้องยอมแพ้เพราะกลัวความผิดหวังด้วยเล่า"

"เปลี่ยนแปลงคือความคิด มั่นคงคือจิตใจ"

"หากเปลี่ยนเป็นคนภายนอกย่อมไม่นึกเชื่อถือง่าย ๆ เป็นแน่ ทว่าชาวบ้านผู้งมงายและผ่านการล้างสมองมานานหลายสิบปีย่อมไม่นึกเคลือบแคลง"

"ไม่มีผู้ใดคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาดไปตลอด"

"สถานการณ์ยากบุกยากถอยจึงทำได้เพียงแสร้งหลงกล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1)


"ในใต้หล้านี้ไม่มีสลักที่ปลดไม่ออก"

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1
หรงจิ่ว - ตังตัง

สลัก คือเครื่องกั้นที่ใช้ขัดขวางการเปิดประตูหรืออุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
หากไม่ปลดสลัก ย่อมไม่อาจเปิดประตูหน้าต่างหรือใช้อุปกรณ์นั้น
ไม่มีสลักใดที่ปลดไม่ออก

ปัญหา คือ ข้อขัดข้องที่เป็นตัวขัดขวางการทำงาน
หากไม่แก้ปัญหา ย่อมไม่อาจทำงานนั้นสำเร็จ
ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ อาจจะยากแต่แก้ได้


ต้นเรื่อง

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เป็นผลงานของ หรงจิ่ว แปลโดย ตังตัง เป็นนวนิยายบ้อนยุคไปในยุคสงครามระหว่างแค้วน กองทัพที่มีชื่อเสียงสูงสุดได้แก่กองทัพตระกูลเยว่ ที่ซ่อนความลับไว้ไม่มีใครรู้ว่า คุณชายรองตระกูลเยว่ แม่ทัพอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วเป็นสตรี ที่ต่อมาถูกบุคคลรอบข้างทรยศึงกลับถูกสังหารจมลงสู่แม่น้ำที่หนาวยะเยือก สิบเอ็ดปีต่อมานางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหารย์ การตามล่าหาความจริงเพื่อการล้างแค้นจึงบังเกิดขึ้น

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อเคยชินก็จะดีขึ้นเอง"

"หนึ่งคนบรรลุเซียน ทั้งไก่และสุนัขขึ้นสวรรค์"

"เป็นศัตรูรบหาใช่ศัตรูแค้น"

"การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก"

"เรื่องต่าง ๆ มีลำดับความสำคัญ"

"ผู้บริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัว"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6)


"ทุกผู้คนล้วนสวมหน้ากากอันหนึ่ง"

เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6
เกิงซิน - น.นพรัตน์

หน้ากาก คือ เครื่องบังใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้คนสวมหน้ากากก็เพื่อมิให้ผู้ใดผู้หนึ่งจดจำได้
เมื่อไม่มีผู้ใดจดจำได้ จึงอาจกระทำสิ่งที่แม้อาจผิดกฎเกณฑ์ หรือผิดต่อมนุษยธรรม
หากไม่มีผู้ใดจดจำได้ ก็อาจไม่จำต้องสวมหน้ากาก เพียงแค่จินตนาการว่าสวมหน้ากาก

ไม่ว่าจะสวมหรือไม่สวมหน้ากาก
ปิดบังผู้อื่นได้ แต่ปิดบังตนเองไม่ได้


ต้นเรื่อง

เจาะเวลาหาโจโฉ เป็นนวนิยายอิงพงศาวดารสามก๊ก ภาคพิสดาร ที่กำหนดให้ เล่าฉ่วงตัวเอกของเรื่องตายย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปอยู่ในร่างของเล่าฉ่วงในยุคสามก๊ก จึงกลับกลายเป็นเล่าฉ่วงที่มีความสามารถในร่างเดิมบวกความรู้ในจิตวิญญานใหม่ ลดข้อด้อยเพิ่มข้อเด่นเป็นเล่าฉ่วงที่โดดเด่นในสามก๊กที่หลอกว้านจงไม่เคยบันทึกมาก่อน ประวัติศาสตร์สามก๊กจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงจากที่เล่าฉ่วงยุคปัจจุบันเรียนรู้มาหรือไม่คง มีแต่เล่าฉ่วงเท่านั้นที่รู้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"แม่ทัพเป็นจิตวิญญาณของไพร่พล"

"จะอย่างไรในการศึกครั้งนี้ ต้องมีแพะรับบาปตนหนึ่ง"

"โอกาสไหนเลยได้มาตามใจปรารถนา"

"ในชีวิตของคน มีเรื่องไม่สมปรารถนาแปดเก้าส่วน แต่ไม่ว่าอย่างไรสมควรมีเรื่องน่ายินดีอยู่บ้าง"

"ลูกผู้ชายถือกำเนิดเกิดมา ชนะไม่ลำพอง พ่ายแพ้ไม่ท้อถอย จึงจะสำเร็จกิจการ"

"เมื่อทำศึกสงคราม ไหนเลยไม่พลิกแพลงได้"

"ตบตีคนไม่ตบหน้า ด่าทอคนไม่สะกิดแผลเก่า"

"ไม่ถามไถ่ว่าศัตรูมีมากน้อยเท่าใด เพียงถามว่าศัตรูอยู่ที่ใด"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด