วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(END OF THE ROAD ฉากสุดท้ายของชีวิต)


"เรื่องเล่ามักสนุกกว่าเรื่องจริงเสมอ"

END OF THE ROAD ฉากสุดท้ายของชีวิต
โตมร ศุขปรีชา

เมื่อปรุงอาหาร ย่อมต้องใช้ส่วนประกอบที่เป็นทั้งวัตถุดิบหลักแลวัตถุดิบรอง
วัตถุดิบหลักเป็นสิ่งที่ต้องการให้ร่างกายได้รับเพื่อนำไปใช้ตามหลักโภชนาการ
วัตถุดิบรองเป็นเพียงสิ่งปรุงแต่ง เพื่อเพิ่มสีสรร เพิ่มรสชาติ ให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกอยากอาหารและรับอาหารที่เป็นวัตถุดิบหลักได้ง่ายขึ้น
อาหารบางอย่างเน้นเฉพาะสิ่งปรุงรสที่เป็นเพียงวัตถุดิบรอง จึงอาจไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ

การทำงานก็จำเป็นต้องมีส่วนที่ปรุงแต่งประกอบส่วนที่เป็นสาระ 
แต่หากงานใดล้วนมีแต่ส่วนที่ไร้สาระ งานนั้นก็ไร้คุณค่าเช่นกัน


ต้นเรื่อง

END OF THE ROAD เป็นหนังสือรวมบทความจากคอลัมน์ที่ โตมร ศุขปรีชา เขียนเผยแพร่ในเว็บไซต์ The MATTER เป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตและความตายซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของชีวิตของผู้คนในแวดวงต่าง ๆ ทั้งนักร้องนักแสดงชื่อดัง นักประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง บุคคลทางการเมือง หรือบุคคลในหน้าประวัติศาสตร์ 

Puma Vs Adidas
เดิม 2 พี่น้อง Rudolf Dassler กับ Adolf Dassler ตั้งโรงงานรองเท้าชื่อ Dassler Brothers Sports Shoe Factory ต่อมาทะเลาะกัน แยกเป็น 2 แบรนด์
Rudolf Dassler เลือกใช้ชื่อ Ruda และต่อมาเปลี่ยนเป็น Puma
Adolf Dassler เลือกใช้ชื่อ Addas แต่มีคนใช้ชื่อนี้อยู่ จึงเปลี่ยนเป็น Adidas

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"สงครามไม่ได้ทำลายแค่ชีวิตมนุษย์ แต่ยังกวาดล้างทุกสิ่ง"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(กาลมรณะ)


"หากคิดจะจับปลาใหญ่ ก็ต้องยอมเสียปลาเล็ก"

กาลมรณะ
จัตวาลักษณ์

ทุกผู้คนที่ทำธุรกิจย่อมเพื่อหวังผลกำไร
เมื่อหวังผลกำไรจึงต้องมีการลงทุน
เมื่อหวังผลกำไรจะต้องวางแผนในเชิงธุรกิจเพื่อมิให้เกิดความเสี่ยงที่จะขาดทุน
แต่ถ้าไม่ลงทุนเลย ก็ไม่เกิดธุรกิจใด

การทำงานก็เฉกเช่นการทำธุรกิจ
ผลของงานก็คือกำไรขององค์กร
คน เงิน และทรัพยากร ก็คือต้นทุน
ไม่สนับสนุนต้นทุนก็เท่ากับไม่ลงทุน
ไม่ลงทุนจะทำธุรกิจได้อย่างไร
ลงทุนแต่ไม่เตรียมการให้ดี ไม่วางแผนให้ดี ก็มีแต่ขาดทุน

ผู้บริหารบางคนคิดแต่จะจับเสือมือเปล่า จะเอาแต่ผลงาน


ต้นเรื่อง

กาลมรณะ เป็นนวนิยายสืบสวนสอบสวนฝีมือนักเขียนไทย ที่ใช้นามปากกาว่า จัตวาลักษณ์ เนื้อเรื่องดำเนินอยู่บนเนื้อหาที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำและปมปัญหาคดีที่เกี่ยวพันกับชุมชนชาวจีนในเมืองไทย ตัวเอกที่เป็นตำรวจสืบผลคดีบนความกดดันจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นครอบครัวของผู้ต้องหา และถูกกดดันจากขบวนการอั้งยี่ ที่ไม่อาจเปิดศึกอย่างตรงไปตรงมาได้ เรื่องราวจะคลี่คลายไปอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าติดตาม กาลมรณะเป็นนวนิยายรางวัลชมเชย ประเภทนวนิยายสืบสวนสอบสวน นานมีบุ๊คอะวอร์ด ปี 2550


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"คนเราไม่ควรจะละทิ้งความหวัง"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ยืมชื่อฆ่า)


"คนเสียสติจะดึงดูดแต่พวกเสียสติเหมือนกัน"

ยืมชื่อฆ่า
ชิโมมุระ อัตสึชิ - ดนูรัตน์ ทุ่งบูรพา

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกันและกัน
มนุษย์จึงย่อมต้องการให้ผู้อื่นยอมรับตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้น
คนผู้หนึ่งจะยอมรับผู้อื่นไว้ในสังคมเดียวกับตน จำต้องเลือกผู้คนที่มีความคิดเห็นไม่ขัดแย้งกัน มีสถานะใด ๆ ที่ใกล้เคียงกัน

การจะให้ผู้อื่นปรับตัว อาจยากเย็นกว่าให้ตนเองปรับตัว
แม้การให้ตนเองปรับตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

การเลือกสังคมในแบบที่ต้องการจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
คนโง่ คนเกเร คนเสเพล จึงรวมตัวกันอยู่หลังห้อง

ดีเลวจึงไม่ใช่สังคมพาไป
ผู้คนต่างหากที่เลือกไปรวมตัวกันเป็นสังคมดีเลว


ต้นเรื่อง

ยืมชื่อฆ่า เป็นนวนิยายที่อ่านยาก ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ด้วยมีตัวละครชื่อซ้ำกันหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องกัน เป็นนวนิยายที่ตีแผ่ด้านมืดของการใช้โซเชียลมีเดีย ที่มีทั้งการกลั่นแกล้ง การบูลลี่ อย่างไม่รับผิดชอบมากมาย ด้วยเห็นว่าไม่อาจตามมาเอาผิดได้ ตกลงฆาตกรเป็นใคร ฆาตกรเป็นผู้ที่ความได้รับการประนาม หรือฆาตกรเป็นเหยื่อที่น่าได้รับความเห็นใจ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ความเกลียดชังของผู้คนช่างน่าหวาดกลัว"
 
"ในโลกนี้มีอคติอยู่เต็มไปหมด"

"อคติไม่ใช่เหตุผล"

"มันจบแล้วจริง ๆ หรือ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Chalit Chuvong
กฏแรงดึงดูด

@พนัส โสภณพงษ์
เสียสติ กับขาดสติอาการเหมือนกันรึเปล่า 


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด


วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เสียงเพรียกจากคักคู)


"สามัญชนทั่วไปมักหมกมุ่นมองหาแรงจูงใจ มืออาชีพจะเน้นไปที่โอกาส"

เสียงเพรียกจากคักคู
Robert Galbraith - ขจรจันทร์

คนเก่งคือ คนที่มีความสามารถในทางใดทางหนึ่งมากกว่าผู้อื่น
คนเก่งอัจฉริยะอาจเก่งมาโดยกำเนิด
แต่คนเก่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการหล่อหลอมพัฒนา

ผู้บริหารองค์กรมักฉาบฉวย เพียงพยายามควานหาคนเก่งเข้ามาร่วมพัฒนาองค์กร
ผู้บริหารมืออาชีพที่ชาญฉลาดจะสร้างคนเก่ง โดยการให้โอกาสผู้คนธรรมดาที่มีอยู่เดิมในองค์กรได้พัฒนาทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์

เป็นผู้บริหารต้องรู้จักให้โอกาส เป็นผู้ปฏิบัติต้องรู้จักหาโอกาส
ทุกผู้คนเก่งได้ เมื่อมีโอกาสพัฒนา


ต้นเรื่อง

เสียงเพรียกจากคักคู นวนิยายสืบสวนสอบสวนของ Robert Galbraith เรื่องราวของนางแบบสาวสวยตกจากระเบียงเสียชีวิต ตำรวจสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่พี่ชายบุญธรรมของเธอกลับลงทุนจ้างนักสืบให้สืบคดีใหม่ว่า เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ สไตรก์ นักสืบเอกชนผู้กำลังอับจนเพราะหนี้สินที่รุมเร้า แต่ก็ไม่มีงานเข้าสำนักงาน จึงจำต้องรับงานสืบคดีรายนี้ ประจวบกับบริษัทจัดหางานส่ง โรบิน สาวสวยผู้กำลังหางานทำมาเป็นพนักงานชั่วคราว ด้วยความร่วมมือของโรบิน สาวผู้สนใจอยากเป็นนักสืบเป็นชีวิตจิตใจ สไตรก์พบเบาะแสมากมาย จนสามารถไขคดีได้ในที่สุด

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"แผนการที่ดีที่สุดก็คือ แสวงประโยชน์จากความโง่เขลาของผู้อื่น"

"ชอบเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเสมอ"

"ไม่มีอะไรให้ประโยชน์โดยไม่เสียประโยชน์"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ป่านิทรา)


"ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ลงท้ายมันก็ต้องเกิดความเคยชิน"

ป่านิทรา
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - อิศเรศ ทองปัสโณว์

ความเคยชินคือ การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดซ้ำ ๆ จนกลายเป็นการกระทำอัตโนมัติ 
ความเคยชินอาจเกิดจากความตั้งใจสร้างขึ้น หรือเกิดจากความคุ้นเคยโดยมิได้ตั้งใจ
มนุษย์จึงมีความเคยชินในสิ่งต่าง ๆ มากมาย

แม้ความเคยชินบางอย่างมีผลดี แต่ความเคยชินไม่น้อยที่เป็นผลลบ
ความเคยชินทำให้ไม่ต้องคิดไม่ต้องตัดสินใจ
ความเคยชินทำให้ยึดติดกับวิธีการแบบเดิม ๆ

การหลุดออกจากความเคยชินเป็นเรื่องยาก
ความเคยชินจึงเป็นกับดักของการแก้ไขสิ่งไม่ดี และ
ความเคยชินยังปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น


ต้นเรื่อง

ป่านิทรา เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เรื่องราวของคดีฆาตกรรมในคณะบัลเล่ต์ ที่ดูเหมือนจะไม่ซับซ้อน แต่กลับมีเหตุฆาตกรรมแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีคดีฆ่าตัวตาย ในเวลาไล่เลี่ยกัน นี่เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหรือไม่ แล้วจะสะสางได้อย่างไร

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด







วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ลูกปลาน้อย เซียวฮื้อยี้ เล่มที่ 3)


"ผู้รับใช้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนชาญฉลาด ทราบว่าเวลาใดสมควรลืมตา เวลาใดสมควรหลับตา"

ลูกปลาน้อย เซียวฮื้อยี้ เล่มที่ 3
โก้วเล้ง - น.นพรัตน์

คนชาญฉลาดเลือกที่จะฟังในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แม้ได้ยินก็ไม่ฟังสิ่งที่ทำให้จิตใจฟุ้งซ่านและหม่นหมอง 
คนชาญฉลาดเลือกที่จะมองและใส่ใจในเรื่องราวดี ๆ แม้จะเห็นก็ไม่รับรู้ที่สิ่งที่ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน
คนชาญฉลาดเลือกที่จะพูดในสิ่งที่เป็นสาระ ก่อเกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและตนเอง ไม่พูดเพ้อเจ้อในสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
คนชาญฉลาดเลือกที่จะปล่อยใจให้ว่าง ไม่ยินดีหรือกังวลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป

คนชาญฉลาดรู้ว่าเวลาใดที่จะ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดใจ
คนชาญฉลาดรู้ว่าเวลาใดที่จะ เปิดหู เปิดตา เปิดปาก เปิดใจ


ต้นเรื่อง

ลูกปลาน้อย เซียวฮื้อยี้ เป็นสุดยอดนวนิยายกำลังภายในขนาดยาวของโก้วเล้ง แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นเรื่องราวของฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกนำไปเลี้ยงดูในสถานที่ที่แตกต่าง ทั้งผู้เลี้ยงดูที่แตกต่าง เมื่อทั้งสองเข้าสู่ยุทธจักร ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายต่อสู้กับคุณธรรม ความรักและความแค้น ความซื่อตรงและเล่ห์กล ก่อให้เกิดเรื่องราวที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น ฉากต่อสู้ที่ระทึกขวัญเต็มไปด้วยความตื่นเต้นหวาดเสียว จนใกล้บเรื่องยังบอกไม่ได้ว่าจะจบแบบ โศกนาฏกรรมหรือสุขนาฏกรรม


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ยิ่งฉลาดยิ่งต้องแสร้งเป็นโง่เขลาอ่อนแอ"

"ตั๊กแตนจับแมลง นกกระจิบตามหลัง"

"คำสั่งที่ไม่แฝงเงินทอง จะไม่ได้ผลตลอดกาล"

"ในความมืดมักมีอันตรายมากกว่า"

"คนผู้หนึ่งหากชาญฉลาดเกินไป ยามกระทำเรื่องราวอดสะเพร่าเลินเล่อมิได้ ทั้งนี้เพราะมันไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ชายผู้เขียนหนังสือได้ไม่เกินเจ็ดหน้า)


"ขึ้นชื่อว่าดวง มันเลือกไม่ได้หรอก"

ชายผู้เขียนหนังสือได้ไม่เกินเจ็ดหน้า
พิชา รัตนานคร

ในการทำงานใด ย่อมอาจเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นได้เสมอ
เหตุสุดวิสัยไม่ใช่เรื่องของดวง
เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม
เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่ไม่อาจป้องกันได้
แต่สามารถเตรียมแผนรับมือกับเหตุสุดวิสัยได้

ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา ที่จะปล่อยไปให้เป็นไปตามดวง


ต้นเรื่อง

ชายผู้เขียนหนังสือได้ไม่เกินเจ็ดหน้า เป็นนวนิยายเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยและตั้งใจที่จะรับแต่งานเขียนประทังชีวิต เขาพยายามหัดเขียนนวนิยาย แต่สุดท้ายเขามักเขียนได้ไม่เกิน 7 หน้า เขาผู้พยายามแสวงหาตัวตน ยิ่งดิ้นหนีก็ยิ่งหลุดไม่พ้น เขาเคยมีเพื่อน มีคนที่สนิทกันแบบแฟน มีแมวที่แวะเวียนมาอาศัยอยู่ด้วยเป็นช่วง ๆ สุดท้ายทุกอย่างก็หายไปจากชีวิตของเขา นวนิยายเรื่องนี้จึงแฝงไปด้วยจุดหักเหของชีวิต


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ถ้าอยากรู้จักใครสักคนก็ต้องเรียนรู้เขา"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด