วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ 1)


"ในการต่อสู้ช่วงชิงทางการเมือง มิเพียงไร้ซึ่งน้ำใจ ทั้งยังปราศจากเหตุผล"

เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ 1
หวงอี้ : น.นพรัตน์

การเจรจาต่อรอง เป็นการหาทางออกร่วมกันระหว่างสองฝ่ายหรือมากกว่า
การเจรจาต่อรอง เป็นการเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของคู่เจรจา

เมื่อเริ่มต้นเจรจาต่อรอง ทุกผู้คนมักหวังผลแบบ ชนะ-แพ้ (Win-Lose)  คือฝ่ายตนได้รับผลประโยชน์ ฝ่ายคู่เจรจาไม่ได้ตามที่ต้องการ

หากแต่การเจรจาต่อรองที่ทุกฝ่ายจะพึงพอใจ ควรเป็นแบบ ชนะ-ชนะ (Win-Win) คือทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ตามที่ต้องการ 

การเจรจาต่อรองจึงต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่มองคู่เจรจาเป็นศัตรู ไม่เน้นเอาเพียงผลประโยชน์ฝ่ายตนเท่านั้น ต้องมีจุดยืนของตนเองที่ชัดเจน แต่ยืดหยุ่นได้ ไม่ติดอยู่กับข้อเสนอใดจนเกินไป ไม่หลงไปกับข้อเสนอจูงใจจนลืมเป้าหมายเดิมของตน ต้องกล้าปฏิเสธเมื่อจำเป็น และต้องกล้าถอย เมื่อการเจรจาต่อรองส่อแววว่าจะล้มเหลว

หากการเจรจาต่อรองถึงจุดที่จะต้องล้มเหลว สุดท้ายอาจต้องเลือกแบบ แพ้-แพ้  (Lose-Lose) คือต่างฝ่ายต่างไม่ได้อะไรเลย ก็ยังดีกว่าเจรจาจบแล้วกลับไปเป็นแบบ แพ้-ชนะ (Lose-Win) ตั้งใจมาเอาชนะแต่กลับไปอย่างผู้แพ้


ต้นเรื่อง

เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ สุดยอดผลงานวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ของ หวงอี้ เป็นภาคแรก ในชุดไตรภาคถังรุ่งเรือง เรื่องราวในช่วงราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากยุคของ โค่วจง และ ฉีจื่อหลิง ใน มังกรคู่สู้สิบทิศ โดยหวงอี้สร้างตัวเอก หลงอิง จากสำนักมารขึ้นมาโรมรันพันตูกับจอมจักรพรรดินีบูเช็กเทียน เรื่องราวเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงสลับซับซ้อน ยาวถึง 18 เล่ม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"มีแต่คนที่อยู่นอกวง จึงเห็นสภาพของคนในวงอย่างชัดเจน"

"ขอเพียงเป็นคน ก็ต้องมีจุดอ่อนของคน"

"ที่แท้การติดสินบนก็เป็นความรู้แขนงหนึ่ง"

"คนรุ่นก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์ คนรุ่นหลังทำการเก็บเกี่ยว"
 

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด



ไม่มีความคิดเห็น: