วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(อัตชีวประวัติขององค์ทะไลลามะ อิสรภาพในการลี้ภัย)


"เวลามนุษย์จนตรอก เราถามเทพเจ้า และเวลาเทพเจ้าจนตรอก เทพเจ้าก็จะโกหก"

อัตชีวประวัติขององค์ทะไลลามะ อิสรภาพในการลี้ภัย
ทะไลลามะองค์ที่ 14 - ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ษัฏเสน

ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ทุกผู้คนล้วนต้องเอาตัวเองให้รอด
เมื่อเข้าตาจน ทุกคนเหมือนกันคือทำได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อเอาตัวรอด
เมื่อเข้าตาจน ผู้คนจะทั้งโกหก ทั้งหลอกลวง และเสกสรรปั้นแต่ง
เมื่อเข้าตาจน ผู้คนจะทำได้ทั้งเรื่องที่ผิดกฎหมาย
เมื่อเข้าตาจน ผู้คนจะทำได้ทั้งเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม

คนไม่ใช่หมากรุก ที่จะเดินรุกไล่นับแต้มเมื่อเข้าตาจน
อย่าบีบบังคับให้ผู้อื่นต้องเข้าตาจน


ต้นเรื่อง

อัตชีวประวัติขององค์ทะไลลามะ อิสรภาพในการลี้ภัย เป็นอัตชีวประวัติที่องค์ทะไลลามะ องค์ที่ 14 องค์ปัจจุบัน ได้ทรงบันทึกเอง เรื่องราวตั้งแต่เป็นเด็ก จนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นทะไลลามะ และต้องหนีออกจากประเทศ จากราชาสู่ผู้ลี้ภัย ไร้แผ่นดินแต่ไม่สิ้นชาติ ทั้งยังคงเป็นผู้นำที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงกล้าหาญ ดังปณิธานที่ว่า "ตราบเท่าที่อวกาศยังคงอยู่ นานเท่าที่ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ ตราบแม้วันนั้นอาตมาก็จะขออยู่เพื่อขจัดความทุกข์ยากของโลก"

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"การจะผูกมิตรนั้นจะใช้กำลังไม่ได้"

"นักการเมืองนั้นต้องการศาสนามากยิ่งกว่าพวกนักพรตเสียอีก"

เวลาคันก็เกา แต่ถ้าไม่คันเลย ก็จะดีกว่าการเกาเป็นไหน ๆ"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

ไม่มีความคิดเห็น: