วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4)


"ผู้คนจากกันสามวัน ต้องประเมินฝีมือใหม่"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4
จิ่วถู - น.นพรัตน์

ผู้คนมีทั้งโง่และฉลาด
คนโง่ สามารถพัฒนาตนให้ฉลาดขึ้นได้
คนฉลาด ก็สามารถถดถอยให้ตนโง่ลงได้

คนโง่ที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์ จะกลับเปลี่ยนเป็นคนฉลาด
คนฉลาดที่จมอยู่ในน้ำเต็มแก้ว ขณะที่ความรู้ในโลกพัฒนาขึ้น จึงกลับกลายเป็นคนโง่

คนฉลาดที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ก็จะยิ่งฉลาดขึ้น
คนโง่ที่ยิ่งกลัวการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ ก็จะยิ่งโง่ลง

ไม่ว่าคนโง่หรือคนฉลาด หากอยู่เฉย ๆ จะโง่ลงแน่นอน


ต้นเรื่อง


เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ทำลายล้างง่ายดายกว่าสร้างสรรค์"

"เพื่อจัดการกับศัตรูสามารถใช้วิธีการทั้งมวล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

ไม่มีความคิดเห็น: