วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ซูสีไทเฮา)


"อันการเล่าเรียนทั้งปวงทุกวันนี้หาได้ทำให้คนฉลาดและรอบรู้ในกิจการทั้งปวง เพราะตำราที่เรียนนั้นมีแต่ตำราที่คนโบราณแต่งไว้ แต่สรรพวิชาความรู้ทั้งปวงนั้นมิได้หยุดยั้งอยู่ แต่ได้เจริญงอกงามออกไป"

ซูสีไทเฮา
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

วิทยาการในโลกล้วนมิได้หยุดนิ่ง
เวลาเดินรุดหน้าไป สรรพวิชาความรู้ก็พัฒนาขึ้น
จะเรียนความรู้ใหม่ต้องใช้ความรู้เก่ามาต่อยอด

หากคิดใช้แต่เพียงความรู้เก่า เท่ากับหยุดนิ่ง 
ผู้ที่หยุดนิ่งใช้แต่เพียงความรู้เก่า ก็เสมือนกับเดินถอยหลัง
คนเดินถอยหลังขณะที่เป้าหมายเคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อไรจะไล่ทัน


ต้นเรื่อง

ซูสีไทเฮา ฉบับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่างจากฉบับอื่นที่ ฉบับอื่นนั้นบรรยายด้วยโวหารธรรมดา แต่ฉบับนี้เขียนแบบที่เรียกว่า เกร็ดพงศาวดาร จึงอ่านได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจแตกต่างกันกับบางเล่มที่ ซูสีไทเฮาเล่มนี้โหดร้าย ใช้เล่ห์เหลี่ยมแลอำนาจอย่างไม่มีขอบเขต

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"หากผู้ใดมีแต่ความจริงใจปราศจากกลมารยาผู้นั้นก็จะเอาตัวมิรอด"

"อันดาบนั้นย่อมเป็นของมีคม ชอบที่ผู้ถือดาบจะระมัดระวังให้จงดี"

"ธรรมดาดอกไม้งามนั้นมิต้องแต่งแต้มระบายสีก็งามนัก จะหาดอกไม้อื่นเปรียบได้โดยยาก"

"อันดอกไม้งามนั้นใช่ว่าจะหายาก"

"อันโชควาสนานั้น ผู้มีปัญญาจะต้องกำหนดขึ้นให้แก่ตนเอง ผู้ที่รอให้โชควาสนามาถึงตัวโดยมิใด้กำหนดนั้น คือผู้หาปัญญามิได้ ไม่มีวันจะเอาตัวรอดได้เลย"

"แต่ก่อนเคยนึกว่าพอมีอำนาจแล้วจะเพียงพอ ประดุจภาชนะที่ใส่น้ำเต็มบริบูรณ์ ครั้นได้อำนาจแล้วจริงก็ปรากฏว่ายังพร่องอยู่ ความปรารถนาอำนาจและความหิวอำนาจนั้นจะทำให้พอให้อิ่มได้ก็ด้วยอำนาจ"

"การต่อสู้นั้นมีอยู่สองประการ คือ ต่อสู้ด้วยสติปัญญาในที่แจ้งหนึ่ง และต่อสู้ด้วยกลอุบายอันลึกซึ้งหนึ่ง "

"อันอำนาจนั้นเปรียบเสมือนน้ำ หากใส่ไว้ในภาชนะอันชำรุด ก็จะรั่วไหลหมดสิ้นไป ถึงจะอุดรู้ไว้ทางหนึ่ง ก็จะรั่วทางอื่นไหลออกไปอีกจนได้ หากเราประสงค์จะมีน้ำใช้เป็นการถาวรยั่งยืนไป ก็เห็นจะต้องทิ้งภาชนะอันชำรุดนั้นเสีย หาภาชนะที่ใหม่และแข็งแรงตวงน้ำเก็บไว้ เราจึงจะได้ประโยชน์"

"ระยะเวลานั้นเป็นของสำคัญนัก หากมีเวลาน้อยก็จะทำการสิ่งใดได้น้อย"

"ในการสงครามนั้นย่อมมีกลอุบายหลายประการ ผู้มีปัญญาย่อมจะล่อให้ข้าศึกตายใจ ปล่อยให้บุกทะลวงเข้ามาในวงล้อมแล้วก็จะจับฆ่าเสียได้มิยาก"

"อันน้ำที่ถูกกวนให้เกิดตะกอนนั้นหากปล่อยให้นิ่งไว้ตะกอนก็จะตกกลับใสได้ใหม่"

"แม้ตั้งข้อสมมติอย่างไรขึ้นมาแล้ว นานเข้าก็ลืมว่าสิ่งนั้นเป็นข้อสมมติ นึกว่าเป็นความจริงไป"

"คนโง่และคนโลภนั้นเลี้ยงไว้ได้ง่ายในตำแหน่งอันสูง"

"อันการทั้งปวงนั้น เมื่อตั้งใจจะทำแล้วก็ต้องรีบทำให้สำเร็จ แม้รอชักช้าการก็จะไม่เป็นไปดังที่คิดไว้"

"แม้พระอาทิตย์ในฤดูหนาวยังเปลี่ยนทิศทางเดินได้ เหตุไฉนเราผู้เป็นมนุษย์ปุถุชนจะเปลี่ยนหนทางของเรามิได้บ้างเล่า"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พนัส โสภณพงษ์
คนโบราณมิได้โง่ แต่คนปัจจุบันฉลาดมิพอมากกว่า
@จตุชัย มณีรัตน์
คนสอนจะรู้มั้ย

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

ไม่มีความคิดเห็น: