วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม)


"ชาวสยามนั้นเป็นคนมีสติปัญญา เสียแต่ว่าเกียจค้าน"

จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม
มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ - สันต์ ท. โกมลบุตร

ในองค์กรหนึ่ง ย่อมประกอบด้วยผู้คนที่ขยันทำงาน และผู้คนที่ขี้เกียจทำงาน
ผู้คนขี้เกียจอาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม
หนึ่งคือ ขี้เกียจเพราะยึดติดความสบาย ไม่อยากทำงานเดิม ๆ ที่ซ้ำซาก 
หนึ่งคือ ขี้เกียจเพราะเกิดภาวะเกียจคร้าน ไม่อยากทำงานไม่ว่างานอะไร

คนขี้เกียจกลุ่มแรก ยังคงเป็นคนที่รับผิดชอบในการงาน เพียงแต่ไม่อยากทำงานอะไรที่จำเจซ้ำซาก จึงจะเป็นคนที่พยายามคิดนวัตกรรมเพื่อลดขั้นตอนในการทำงานต่าง ๆ

คนขี้เกียจกลุ่มหลัง คือคนที่ไม่อยากทำงานอะไรทั้งสิ้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก ภาวะทางสุขภาพทั้งกายหรือจิตใจ การขาดแรงจูงใจ ไม่มีความท้าทายในชีวิต อาการอาจไม่รุนแรงเป็นความขี้เกียจชั่วคราว หรือรุนแรงถึงขั้นภาวะหมดไฟ

ความรู้สึกขี้เกียจไม่ใช่ความผิด แต่ก็ลดประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำองค์กรในการแก้ไขปัญหาคนขี้เกียจ ก่อนที่ความขี้เกียจจะแพร่ขยายติดต่อไปยังผู้อื่น ลามไปทั้งองค์กร

คนขี้เกียจกลุ่มแรก แก้ไขได้โดยการสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ให้สนองตอบต่อการพยายามพัฒนางาน อย่าปล่อยให้คนกลุ่มนี้กลับกลายไปเป็นคนขี้เกียจกลุ่มหลัง

คนขี้เกียจกลุ่มหลัง แก้ไขโดยการหาสาเหตุที่ชัดเจน แล้วแก้ไขตามสาเหตุ เช่นส่งพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ปรับรูปแบบการทำงาน ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพิ่มแรงจูงใจ ตั้งเป้าสร้างความท้าทาย หรืออื่น ๆ

ผู้บริหารต้องดูแลใส่ใจ ไม่เกียจคร้านที่จะไขปัญหาคนขี้เกียจในองค์กร



ต้นเรื่อง

จดหมายเหตุ ลาลูแบร์ เป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ เอกอัครราชทูต ฝรั่งเศส ประพันธ์ขึ้นในราวปี พ.ศ.2231 แม้ว่าลา ลูแบร์ จะปฏิบัติภารกิจในกรุงศรีอยุธยาเพียง 3 เดือน 6 วัน แต่ก็พรรณนาถึงกรุงศรีอยุธยาไว้อย่างกว้างขวาง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การกินอยู่ การเเต่งงาน ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ตลอดจนเรื่องราวทั่ว ๆ ไป บางเรื่องคลาดเคลื่อนบ้าง บางเรื่องบันทึกจากการสอบถามจากคนที่ไม่มีความรู้บ้าง ฟังจากคำบอกเล่าซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง บางเรื่องผู้เขียนก็คาดเดาหรือใส่ความเห็นลงไปด้วย 

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ประวัติศาสตร์สยามนั้นเต็มไปด้วยนิยาย"

"ชาวสยามรักเล่นการพนันเสียเหลือเกิน"

"ผิเจรจาผ่านล่ามแล้วไซร้ ก็เปรียบเทียบเสมือนธารน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลผ่านปลักตรมฉะนั้นแล"

"ชาวสยามนั้นเป็นคนมีสติปัญญาเสียแต่ว่าเกียจค้าน"

"ชาวสยามพูดปดเก่ง"

"ชาวสยามนั้นไม่ค่อยเหมาะที่จะเป็นนักรบ"


ทัศนคติชาวสยาม ในสายตาของลาลูแบร์
ชาวสยามไม่ค่อยสนใจในประวัติศาสตร์ของพวกตนเท่าใดนัก
ชาวสยามเป็นคนสะอาดสะอ้านมาก
ชาวสยามรักเล่นการพนันเสียเหลือเกิน
ชาวสยามนั้นเป็นคนมีสติปัญญาเสียแต่ว่าเกียจค้าน
ชาวสยามเป็นกวีโดยกำเนิด
ชาวสยามไม่นิยมเป็นนักปาฐกกันเลย
ชาวสยามไม่มีศิลปในการขับร้องเลย
ชาวสยามเป็นช่างที่เลว
ชาวสยามเป็นคนดี
ชาวสยามเคารพต่อผู้สูงอายุ
ชาวสยามพูดปดเก่ง
ชาวสยามมีความพยาบาทรุนแรง
ชาวสยามมีความอดกลั้น
ชาวสยามนั้นไม่ค่อยเหมาะที่จะเป็นนักรบ

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Sukontip Srichan
เป็นความจริง แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว ก็ยังจริงอยู่เนอะ

@Pisit Euavongkul
เพราะอยู่เมืองไทย ขี้เกียจยังไงก็ไม่อดตาย ไม่ต้องดิ้นรนมากเหมือนต่างชาติ ฉลาดแต่ขี้เกียจน่าจะยังดีกว่าพวกโง่แล้วขยันทำเรื่องไม่เข้าท่าเนาะท่านผตร.


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด








ไม่มีความคิดเห็น: