วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 10)


"เมื่อเป็นการเจรจาต่อรอง ย่อมต้องออกอุบายต่าง ๆ นานา"

เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 10
เกิงซิน - น.นพรัตน์

ผู้บริหารมีหน้าที่ในการจัดการงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
ผู้บริหารมีหน้าที่ทำให้ถูกต้อง (Do things right) ไม่ใช่ทำสิ่งที่ถูกต้อง (Do the right things)
บางครั้งผู้บริหารอาจต้องแสดงบทบาทนายหน้า (Broker) เพื่อประสานกับทุกฝ่าย

นายหน้าที่เก่งต้องมีศักยภาพในการเจรจาต่อรอง (Negotiation)
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องมีความรู้ความเข้าใจในในเรื่องนั้น ๆ 
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องมีวิธีการอันแยบคาย มีลูกล่อลูกชน และ
จะเจรจาต่อรองได้ดีต้องรักษาคำพูด จึงจะมีความน่าเชื่อถือสูง

หากเจรจาต่อรองแล้วไม่รักษาคำพูด ก็เป็นได้แค่นักต้มตุ๋น


ต้นเรื่อง

เจาะเวลาหาโจโฉ เป็นนวนิยายอิงพงศาวดารสามก๊ก ภาคพิสดาร ที่กำหนดให้ เล่าฉ่วงตัวเอกของเรื่องตายย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปอยู่ในร่างของเล่าฉ่วงในยุคสามก๊ก จึงกลับกลายเป็นเล่าฉ่วงที่มีความสามารถในร่างเดิมบวกความรู้ในจิตวิญญานใหม่ ลดข้อด้อยเพิ่มข้อเด่นเป็นเล่าฉ่วงที่โดดเด่นในสามก๊กที่หลอกว้านจงไม่เคยบันทึกมาก่อน ประวัติศาสตร์สามก๊กจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงจากที่เล่าฉ่วงยุคปัจจุบันเรียนรู้มาหรือไม่คง มีแต่เล่าฉ่วงเท่านั้นที่รู้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"กลัวว่าวิกาลยาวนาน ฝันยุ่งเหยิง"

"ล่าถอยก่อนจะกลายเป็นอ่อนแอ"

"คนเปิดเผยไม่กระทำเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ"

"ในโลกนี้ขอเพียงมีผลประโยชน์ ผู้คนก็กล้าที่จะเสี่ยงอันตราย"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@ผ่องพรรณ ธีระวัฒนศักดิ์
ที่เรียกว่าเกี้ยเซี้ยกัน​
@เพ็ญศรี มโนวชิรสรรค์
ไม่รู้ใครหลอกใคร


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระเจ้าตาก)


"เมื่อบิดาตีบุตร ๆ ก็ต้องวิ่งไปหามารดา"

ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระเจ้าตาก
รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัช

องค์กร คือกลุ่มคนหลากหลายที่ร่วมทำภารกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน
หากเพียงผู้หนึ่งผู้ใดสามารถทำได้ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องมีองค์กร
การร่วมงานกับคนในองค์กรไม่นับเป็นการพึ่งพา
การรับฟัง การสนับสนุนคนในองค์กรจึงไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือ
เพราะนั่นคือหน้าที่ของคนในองค์กรเดียวกัน

อย่าหวังแต่พึ่งพาคนนอกองค์กร


ต้นเรื่อง

ประวัติศาสตร์ไทยเป็นเรื่องราวการบันทึกของผู้ชนะ จึงทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกลายเป็นเรื่องอึมครึมของคนไทย มีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระองค์จำนวนมาก มีทั้งที่พยายามวิเคราะห์ไปกระทั่งใช้พงศาวดารกระซิบตลอดจนไสยศาสตร์ อ้างอิงซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร หนังสือเล่มนี้พยายามวิเคราะห์โดยพยายามใช้ข้อมูลรอบด้านมากที่สุดเพื่อไขปริศนาพระเจ้าตาก


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ลมไล่ล่า หิมะพาหนี)


"จะกินโมจิก็ต้องไปร้านโมจิ"

ลมไล่ล่า หิมะพาหนี
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - ธนัญ พลแสน

ในงานวิจัย ตัวแปรที่เข้ามาแทรกซ้อนความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ทำให้ผลการวิจัยบิดเบือนไปจากความเป็นจริง เรียกว่า ตัวกวน (Confounder)
การควบคุมตัวกวนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบงานวิจัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การทำงานใดก็ตาม จึงต้องระมัดระวัง ตัวกวน ที่จะเข้ามาแทรกซ้อนให้ผลลัพธ์ของงานบิดเบี้ยวไป
เมื่อมุ่งมั่นจะทำสิ่งใด ให้มุ่งมั่นในสิ่งนั้น อย่าไขว้เขวกับตัวกวน

รายงานจากงานวิจัย พบว่า ผู้บริหาร เป็นตัวกวนที่พบได้บ่อยที่สุดในที่ทำงาน


ต้นเรื่อง

ลมไล่ล่า หิมะพาหนี ผลงานนิยายชุดสืบสวนสอบสวนของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ อีกเล่มที่สนุกน่าติดตาม เป็นเรื่องราวของ เด็กหนุ่มนักศึกษาที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปกับเพื่อนคู่ใจ เพื่อตามหาพยานอ้างอิง เมื่อถูกตำรวจสงสัยว่าเป็นฆาตกรตัวสำคัญ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างสิ ถึงจะเรียกว่ามืออาชีพ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Patchara Chad-Udompan
จะดับทุกข์ ก็ต้องรู้ทุกข์


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 2)


"คนปราดเปรื่องย่อมไม่กล่าววาจาอ้อมค้อม"

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 2
หรงจิ่ว - ตังตัง

การพูดจาอ้อมค้อม คือ การพูดวกวน พูดไม่ตรงประเด็น
ผู้คนจะพูดจาอ้อมค้อมเมื่อ
หนึ่ง ผู้พูดกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องสำคัญ เรื่องละเอียดอ่อน หรือ
หนึ่ง ผู้พูดไม่รู้จริงในเรื่องที่กำลังพูด

พูดจาอ้อมค้อมทำให้สับสนและเสียเวลา
เว้นแต่ ผู้พูดกำลังพรรณนาโวหารเพื่อสร้างกวีนิพนธ์
ไม่ใช่กวี อย่าพูดจาอ้อมค้อม


ต้นเรื่อง

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เป็นผลงานของ หรงจิ่ว แปลโดย ตังตัง เป็นนวนิยายบ้อนยุคไปในยุคสงครามระหว่างแค้วน กองทัพที่มีชื่อเสียงสูงสุดได้แก่กองทัพตระกูลเยว่ ที่ซ่อนความลับไว้ไม่มีใครรู้ว่า คุณชายรองตระกูลเยว่ แม่ทัพอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วเป็นสตรี ที่ต่อมาถูกบุคคลรอบข้างทรยศึงกลับถูกสังหารจมลงสู่แม่น้ำที่หนาวยะเยือก สิบเอ็ดปีต่อมานางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหารย์ การตามล่าหาความจริงเพื่อการล้างแค้นจึงบังเกิดขึ้น

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ศัตรูของศัตรูสามารถเป็นสหาย"

"สรรพสิ่งในใต้หล้าไม่มีคำว่า “ถ้า”

"กินคำเดียวมิอาจกลายเป็นคนอ้วน"

"แสดงงิ้วต้องแสดงให้ครบองก์"

"คนผู้หนึ่งแท้จริงเชี่ยวชาญบุ๋นหรือช่ำชองบู๊ ล้วนอยู่ที่ตนเอง"

"เหตุใดจึงต้องยอมแพ้เพราะกลัวความผิดหวังด้วยเล่า"

"เปลี่ยนแปลงคือความคิด มั่นคงคือจิตใจ"

"หากเปลี่ยนเป็นคนภายนอกย่อมไม่นึกเชื่อถือง่าย ๆ เป็นแน่ ทว่าชาวบ้านผู้งมงายและผ่านการล้างสมองมานานหลายสิบปีย่อมไม่นึกเคลือบแคลง"

"ไม่มีผู้ใดคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาดไปตลอด"

"สถานการณ์ยากบุกยากถอยจึงทำได้เพียงแสร้งหลงกล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1)


"ในใต้หล้านี้ไม่มีสลักที่ปลดไม่ออก"

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เล่ม 1
หรงจิ่ว - ตังตัง

สลัก คือเครื่องกั้นที่ใช้ขัดขวางการเปิดประตูหรืออุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
หากไม่ปลดสลัก ย่อมไม่อาจเปิดประตูหน้าต่างหรือใช้อุปกรณ์นั้น
ไม่มีสลักใดที่ปลดไม่ออก

ปัญหา คือ ข้อขัดข้องที่เป็นตัวขัดขวางการทำงาน
หากไม่แก้ปัญหา ย่อมไม่อาจทำงานนั้นสำเร็จ
ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ อาจจะยากแต่แก้ได้


ต้นเรื่อง

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ เป็นผลงานของ หรงจิ่ว แปลโดย ตังตัง เป็นนวนิยายบ้อนยุคไปในยุคสงครามระหว่างแค้วน กองทัพที่มีชื่อเสียงสูงสุดได้แก่กองทัพตระกูลเยว่ ที่ซ่อนความลับไว้ไม่มีใครรู้ว่า คุณชายรองตระกูลเยว่ แม่ทัพอันดับหนึ่งแท้จริงแล้วเป็นสตรี ที่ต่อมาถูกบุคคลรอบข้างทรยศึงกลับถูกสังหารจมลงสู่แม่น้ำที่หนาวยะเยือก สิบเอ็ดปีต่อมานางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหารย์ การตามล่าหาความจริงเพื่อการล้างแค้นจึงบังเกิดขึ้น

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อเคยชินก็จะดีขึ้นเอง"

"หนึ่งคนบรรลุเซียน ทั้งไก่และสุนัขขึ้นสวรรค์"

"เป็นศัตรูรบหาใช่ศัตรูแค้น"

"การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก"

"เรื่องต่าง ๆ มีลำดับความสำคัญ"

"ผู้บริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัว"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6)


"ทุกผู้คนล้วนสวมหน้ากากอันหนึ่ง"

เจาะเวลาหาโจโฉ เล่ม 6
เกิงซิน - น.นพรัตน์

หน้ากาก คือ เครื่องบังใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้คนสวมหน้ากากก็เพื่อมิให้ผู้ใดผู้หนึ่งจดจำได้
เมื่อไม่มีผู้ใดจดจำได้ จึงอาจกระทำสิ่งที่แม้อาจผิดกฎเกณฑ์ หรือผิดต่อมนุษยธรรม
หากไม่มีผู้ใดจดจำได้ ก็อาจไม่จำต้องสวมหน้ากาก เพียงแค่จินตนาการว่าสวมหน้ากาก

ไม่ว่าจะสวมหรือไม่สวมหน้ากาก
ปิดบังผู้อื่นได้ แต่ปิดบังตนเองไม่ได้


ต้นเรื่อง

เจาะเวลาหาโจโฉ เป็นนวนิยายอิงพงศาวดารสามก๊ก ภาคพิสดาร ที่กำหนดให้ เล่าฉ่วงตัวเอกของเรื่องตายย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปอยู่ในร่างของเล่าฉ่วงในยุคสามก๊ก จึงกลับกลายเป็นเล่าฉ่วงที่มีความสามารถในร่างเดิมบวกความรู้ในจิตวิญญานใหม่ ลดข้อด้อยเพิ่มข้อเด่นเป็นเล่าฉ่วงที่โดดเด่นในสามก๊กที่หลอกว้านจงไม่เคยบันทึกมาก่อน ประวัติศาสตร์สามก๊กจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คนทั่วไปรับรู้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงจากที่เล่าฉ่วงยุคปัจจุบันเรียนรู้มาหรือไม่คง มีแต่เล่าฉ่วงเท่านั้นที่รู้

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"แม่ทัพเป็นจิตวิญญาณของไพร่พล"

"จะอย่างไรในการศึกครั้งนี้ ต้องมีแพะรับบาปตนหนึ่ง"

"โอกาสไหนเลยได้มาตามใจปรารถนา"

"ในชีวิตของคน มีเรื่องไม่สมปรารถนาแปดเก้าส่วน แต่ไม่ว่าอย่างไรสมควรมีเรื่องน่ายินดีอยู่บ้าง"

"ลูกผู้ชายถือกำเนิดเกิดมา ชนะไม่ลำพอง พ่ายแพ้ไม่ท้อถอย จึงจะสำเร็จกิจการ"

"เมื่อทำศึกสงคราม ไหนเลยไม่พลิกแพลงได้"

"ตบตีคนไม่ตบหน้า ด่าทอคนไม่สะกิดแผลเก่า"

"ไม่ถามไถ่ว่าศัตรูมีมากน้อยเท่าใด เพียงถามว่าศัตรูอยู่ที่ใด"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด


วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน)


"ให้ก็คือให้ อย่าหวังผลตอบแทนใด ๆ"

เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน
อู๋ฮุ่ยเซียง

ให้ คือการมอบโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
หากให้โดยหวังสิ่งตอบแทน เรียกว่าขาย

หลายคนขาย แต่บอกว่าให้
คนได้รับ บางครั้งคิดว่าเขาให้ แท้จริงเขาขาย 
เขาขายเป็นเงินเชื่อ ผู้ซื้ออย่าลืมกลับไปจ่ายในภายหลัง
เขาขายเป็นเงินผ่อน ผู้ซื้อต้องตามชำระเป็นงวด ๆ
เขาขายแบบขายฝาก ระวังเขาจะกลับมาเอาคืน


ต้นเรื่อง

เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน เป็นเรื่องจริงของแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยตั้งใจด้วยเจตนาดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แต่แล้วการทุ่มเทเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวมกลับถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกร เมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต ญาติดำเนินเรื่องสู่คดีในศาลในข้อหาหมอละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนผู้ป่วยเสียชีวิต แพทย์หญิงท่านนี้ต้องต่อสู้อย่างอดทนบนความสูญเสียหลายสิ่งอย่าง เมื่อสิ้นสุดคดี จึงนำมาบันทึกบทเรียนของปวงชน ทั้งแพทย์และบุคคลทั่วไปควรอ่านเพื่อทำความเข้าใจ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"วินาทีแรกของการตัดสินใจ เราจะใช้อารมณ์มากกว่าคำว่าเหตุผล"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@พงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์
ให้เพื่อหวังให้เขาตอบแทน เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนต่างตอบแทน ไม่ใช่การให้
@Sukontip Srichan
ให้คือให้ ไม่ต้องหวังผลตอบแทน สบายใจ


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด