วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เหยี่ยวนรกทะเลทราย 2)


"ไม่ว่าท่านคิดขุดอะไร ต่างต้องขุดรากของมันก่อน"

เหยี่ยวนรกทะเลทราย 2
โกวเล้ง – น.นพรัตน์

ฝังรากลึกคือ ความคิด ความเชื่อ ความมีอคติ หรือพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้คนที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จนยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ หากเกิดกับองค์กร ก็ฝังรากลึกจนเป็นส่วนหนึ่งของระบบในองค์กร

หญ้าที่ดูเหมือนแห้งตาย แท้จริงแห้งเพียงแค่ใบ เมื่อได้รับน้ำฝน ส่วนของลำต้นและรากที่อยู่ใต้ดินยังสามารถแตกใบขึ้นมาใหม่ได้

หากต้องการกำจัดหญ้าอย่างถาวร ต้องขุดทำลายถึงรากหญ้า หรือใช้สารที่ทำลายถึงรากหญ้า 
หากต้องการแก้ไข ความคิด ความเชื่อ ความมีอคติ หรือพฤติกรรม ที่ฝังรากลึกในคน หรือระบบขององค์กร จึงต้องเสาะหาราก ขุดรากขึ้นมาจัดการ

มันจะได้ไม่กลับมา


ต้นเรื่อง

เหยี่ยวนรกทะเลทราย เป็นวรรณกรรมกำลังภายในแนวใหม่ที่โกวเล้งตั้งใจ ฉีกแนวการเขียนให้แตกต่างไปจากกำลังภายในทั่วไป ที่เริ่มอ่านก็เดาตอนจบได้ โกวเล้งวาดภาพให้ในท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ทิวทัศน์ทุ่งกว้าง ความลำเข็ญ ความลี้ลับนานัปประการ ขนบธรรมเนียมและความเชื่อถือ ก่อให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรน แต่ก็บังเกิดน้ำมิตรไมตรีระหว่างคนพเนจรสองคนที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความเสียสละ แม้จะปวดร้าวแต่ก็สวยสดงดงาม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"สาเหตุที่เกิดความผิดพลาดมีหลายชนิด ความเลินเล่อเป็นชนิดที่ไม่อาจอภัยให้ได้ที่สุด"

"คนผู้หนึ่งหากไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ จะปราศจากความเจ็บปวดรวดร้าว และโศกเศร้ารันทด"

"โอกาสอันดีหากหลุดลอยไป จะไม่หวนกลับคืนมาอีก"

"ไม่ว่ารัตติกาลยาวนานปานใด ฟ้าต้องรุ่งสางสว่าง"

"ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำหลงกล มักเป็นบุคคลที่ไม่คิดทำร้ายคน"

"ในโลกไม่มีเรื่อง 'แน่นอน' เรื่องราวในภายหน้า ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีปัญญาหยั่งคาดได้"

"มนุษย์ทุกรูปนาม เพียงเห็นจุดอ่อนของผู้อื่น ละเลยลืมเลือนจุดอ่อนของตนเอง"

"มือกระบี่ที่แท้จริง เพียงเลือกจู่โจมจุดอ่อนฝ่ายตรงข้าม จู่โจมคราเดียวก็ประสบผล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด



วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(อ่านคน-ไทย)


"ประวัติที่แต่งแจกกันตามงานศพ มักมีแต่มุมบวก"

อ่านคน-ไทย
ส. ศิวรักษ์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทั้งทางกายภาพและจิตใจ
มนุษย์จึงจะไม่แสวงหาศัตรูโดยไม่จำเป็น
มนุษย์จึงจะไม่ทำร้ายผู้อื่น มนุษย์จึงจะไม่กล่าวร้ายผู้อื่น
เว้นแต่เหตุสองประการ

หนึ่งคือ มนุษย์ที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน
หนึ่งคือ มนุษย์ที่มีปัญหาทางจิตใจ
 
มนุษย์จะทะเลาะกันเมื่อแย่งชิงสิ่งใดสิ่งหนึ่งของกันและกัน
การอิจฉาริษยาเป็นการแย่งชิงกันประเภทหนึ่ง
การกล่าวดีเกินเหตุ การยกยอปอปั้น ก็เป็นรูปแบบของการกล่าวร้ายชนิดหนึ่ง

ส่วนปัญหาทางจิตใจ มีได้ตั้งแต่ ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ไบโพลาร์ จิตเภท รวมทั้งภาวะทางจิตอันเนื่องมาจากสารเสพติด
โบราณจึงบอกว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา


ต้นเรื่อง

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นบุคคลที่รู้จักคนกว้างขวางทั้งที่ยังมีชีวิตและล่วงลับไปแล้ว จึงอาจพูดถึงชีวประวัติของบุคคลต่าง ๆ ได้ดี เพราะสุลักษณ์จะมองทั้งแง่บวกและแง่ลบ โดยให้เหตุผลว่า "ยิ่งรู้ข้อผิดพลาดของท่าน ทำให้เห็นว่าท่านนั้น ๆ น่ารักขึ้น เป็นมนุษย์ปุถุชนมากขึ้น"

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"จำเพาะคนนอกคอก ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองเท่านั้น ที่จะแสวงหาความเป็นไทให้ตนเองและผู้อื่นได้"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 7)


"น่าเสียดายที่ในโลกไม่มียารักษาโรคสำนึกเสียใจ"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 7
จิ่วถู - น.นพรัตน์

สำนึกเสียใจ เป็นความรู้สึกตระหนักอย่างแท้จริงถึงความผิดพลาดของตนที่ได้พูดหรือกระทำ และสิ่งที่พูดหรือกระทำนั้นสร้างความเดือดร้อน เจ็บปวด เสียหาย แก่ผู้อื่น

สำนึกเสียใจ เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่อาจย้อนกลับไปไม่พูดหรือไม่กระทำ
เมื่อใดที่รู้สึกสำนึกเสียใจก็มักจะ สายไปเสียแล้ว
ทางแก้จึงมีเพียง คิดให้รอบคอบก่อนทำ คิดให้ถี่ถ้วนก่อนพูด

คนหน้าเนื้อใจเสือ ก็คิดรอบคอบคิดถี่ถ้วนก่อนพูดก่อนทำเช่นกัน


ต้นเรื่อง

เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข


Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"น้ำที่อยู่ไกลก็เป็นน้ำ ขอเพียงรู้จักใช้สอยจะเกิดผลอย่างคาดไม่ถึง"

"ลมต้องมีวันสงบนิ่ง"

"หากว่ารากตายไป กิ่งใบจะคงอยู่ได้อย่างไร"

"เรื่องที่ท่านไม่เคยพบเห็นมีมากมายอยู่แล้ว"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ไกรสร)


"หินหนักทับหญ้าไว้หลายสิบปี พอถึงคราวยกหินออก รากที่ฝังอยู่ใต้ดินมันค่อย ๆ ฟื้นตัว พอได้ฝนได้แดด
ต้นหญ้าอ่อน ๆ มันก็งอกขึ้นมา"

ไกรสร
ดวงตา

ฝังรากลึกคือ ความคิด ความเชื่อ ความมีอคติ หรือพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้คนที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จนยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ หากเกิดกับองค์กร ก็ฝังรากลึกจนเป็นส่วนหนึ่งของระบบในองค์กร

หญ้าที่ดูเหมือนแห้งตาย แท้จริงแห้งเพียงแค่ใบ เมื่อได้รับน้ำฝน ส่วนของลำต้นและรากที่อยู่ใต้ดินยังสามารถแตกใบขึ้นมาใหม่ได้

เรื่องราวบางอย่าง บางครั้งบางคราดูเหมือนสามารถแก้ไขได้สงบเรียบร้อย
แต่แท้จริง เพียงแค่รอโอกาส เพียงแค่รอสมัครพรรคพวก เพียงแค่รอตัวกระตุ้น เดี๋ยวมันก็กลับมา


ต้นเรื่อง

ไกรสร หนังสือรองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัลชมนาด ประเภทนวนิยายประจำปี 2565 เป็นหนังสือที่เริ่มต้นเหมือนจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวน แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปกลับเป็นเรื่องราวของชีวิต สัจธรรมของการมีชีวิต สะท้อนปัญหาสังคมที่แม้ผู้เขียนจะไม่กำหนดให้ตัวละครใดผิดหรือถูก แต่ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านคิดวิเคราะหืด้วยจิตของตน

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"บางอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็น่าจะดีกว่า"

"คนเรามักตัดสินผู้อื่นจากรูปธรรม"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 5)


"น้ำไม่มีรูปทรงแน่ชัด ทุกความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการใช้"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 5
จิ่วถู - น.นพรัตน์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่มีความเป็นอยู่ร่วมกัน หล่อหลอมเป็นรูปแบบเดียวกันเรียกว่า วิถีชีวิตของสังคม

วิถีชีวิตจึงเป็นทั้งความคิด ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม ตลอดจนพฤติกรรม กิจวัตรความเป็นอยู่ ที่มนุษย์ผู้หนึ่งมีและใช้ สอดคล้องร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมเดียวกัน

การจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคม จะเป็นเรื่องไม่ยาก
การจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคม จะทำได้ยั่งยืน
หากการเปลี่ยนแปลงนั้น ออกแบบให้เหมือนน้ำ ที่เปลี่ยนรูปทรงไปตามภาชนะ

หากการเปลี่ยนแปลงนั้น ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคม


ต้นเรื่อง

ddเทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เรื่องบางประการปล่อยให้เลอะเลือนยังดีกว่าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง"

"คิดกระทำการใหญ่ไม่คำนึงถึงข้อปลีกย่อย"

"หากคิดหวังให้ผู้อื่นยึดถือท่านเป็นผู้คน ท่านเองต้องทำตัวเป็นผู้คนก่อน"

"เพลี่ยงพล้ำหนึ่งครั้ง ถือเป็นบทเรียนหนึ่งครา หากไม่คิดตาย ต้องใคร่ครวญให้มากกว่านี้"

"การทหารไม่มีรูปแบบแน่นอน น้ำไม่มีรูปทรงแน่ชัด ทุกความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการใช้"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ 16)


"หินก้อนเดียวเกิดระลอกชั้น"

เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ 16
หวงอี้ : น.นพรัตน์


เมื่อโยนหินลงในสระน้ำ ย่อมเกิดระลอกคลื่นกระจายเป็นวงกว้าง
เมื่อพลังงานของคลื่นสลายไป ผิวน้ำก็จะกลับมาเรียบสงบเหมือนเดิม
แต่สระน้ำไม่เหมือนเดิม
ในสระน้ำมีหินเพิ่มขึ้น น้ำในสระอาจกระฉอกกระเด็นออกไปเหลือน้อยกว่าเดิม

เมื่อตัดสินใจกระทำการสิ่งใด อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งที่แลเห็นและที่ซ่อนอยู่
เมื่อดูเหมือนความสงบกลับคืนมา ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งอย่างจะเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผลกระทบของการกระทำหนึ่ง มากกว่าที่คิดเสมอ


ต้นเรื่อง

เหยี่ยวมารสัประยุทธ์สิบทิศ เป็นผลงานของ หวงอี้ เป็นภาคที่ 2 ในชุดไตรภาคถังรุ่งเรือง ดำเนินเรื่องสืบต่อมาจาก เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ เมื่อราชสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลง ชีวิตของ หลงอิง ที่เข้ามาพันพัวกับราชสำนักย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เรื่องราวยังคงตื่นเต้นพลิกไปพลิกยาว รวม 18 เล่ม

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ลงมือก่อนย่อมมีเปรียบกว่า"

"ชาญฉลาดชั่วชีวิต เลอะเลือนงมงายชั่ววูบ"

"เมื่อเกี่ยวข้องกับการเมืองก็ไม่อาจวัดคำนวณด้วยเหตุผลธรรมดา"

"เพียงดูสถานการณ์ใหญ่ ให้บริวารจัดการเรื่องปลีกย่อย นี่จึงเป็นท่าทีที่ผู้นำจึงพึงมี
 
"เมื่อคิดหวังผล ก็ต้องจ่ายออกไป"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด






วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4)


"ผู้คนจากกันสามวัน ต้องประเมินฝีมือใหม่"

เทพบุตรกู้บัลลังก์ 4
จิ่วถู - น.นพรัตน์

ผู้คนมีทั้งโง่และฉลาด
คนโง่ สามารถพัฒนาตนให้ฉลาดขึ้นได้
คนฉลาด ก็สามารถถดถอยให้ตนโง่ลงได้

คนโง่ที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์ จะกลับเปลี่ยนเป็นคนฉลาด
คนฉลาดที่จมอยู่ในน้ำเต็มแก้ว ขณะที่ความรู้ในโลกพัฒนาขึ้น จึงกลับกลายเป็นคนโง่

คนฉลาดที่ขนขวายหาความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ก็จะยิ่งฉลาดขึ้น
คนโง่ที่ยิ่งกลัวการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ ก็จะยิ่งโง่ลง

ไม่ว่าคนโง่หรือคนฉลาด หากอยู่เฉย ๆ จะโง่ลงแน่นอน


ต้นเรื่อง


เทพบุตรกู้บัลลังก์ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งโดย จิ่วถู แปลโดย น.นพรัตน์ เป็นตอนจบของมหากาพย์ไตรภาคสุยถัง ต่อจากยุทธการล่าบัลลังก์ และ ขุนโจรคู่บัลลังก์ ตอนนี้เทพบุตรกู้บัลลังก์ ใช้ฉากยุคราชวงศ์ถังในช่วงที่ผ่านพ้นสองตอนแรกมาร้อยกว่าปี หลังสถาปนาราชวงศ์ถัง ถึงสมัยถังเสียนจงฮ่องเต้ ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์ถัง แต่ในปลายรัชกาลก็ทรงหลงมัวเมาในสตรี และหลงเชื่อในความเจ้าเล่ห์ของเสนาบดีกังฉิน จนเป็นชนวนเกิดกบฎอันลู่ซาน วัฏจักรวนเวียนดั่งปฐมบทสามก๊ก เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาข้านาน แล้วก็เป็นศึก…(รอวัน)…ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ทำลายล้างง่ายดายกว่าสร้างสรรค์"

"เพื่อจัดการกับศัตรูสามารถใช้วิธีการทั้งมวล"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด