วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้)


"ความรู้ที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือคำว่า รู้แล้ว"

ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้
หนุ่มเมืองจันท์

คนรู้มาก มีหลายประเภท

หนึ่งคือรู้มากแบบ รอบรู้ คือคนที่ศึกษามามาก ฟังหรืออ่านมามาก จนมีความรอบรู้ ทั้งกว้างลึกยาว สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือให้คำปรึกษาแก่ผู้อื่นได้ คนกลุ่มนี้มักยอมรับในเรื่องที่ตนไม่รู้ และพร้อมที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

หนึ่งคือรู้มากแบบ อวดรู้ คือคนที่คิดว่าตนรู้ทุกเรื่องราว มักชอบแสดงว่ารู้ดีกว่าผู้อื่น คนกลุ่มนี้มักรู้ในสิ่งต่าง ๆ แค่ฉาบฉวย หากแต่จินตนาการต่อเอาเองเยอะ

หนึ่งคือรู้มากแบบ รู้ท่วมหัว  คือคนที่รู้มากมายมหาศาล รู้แต่หลักการ รู้แต่ทฤษฎี ไม่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือแก้ไขปัญหาได้ 

หนึ่งคือรู้มากแบบ ทำเป็นรู้ คือคนที่ไม่รู้อะไรเลย แต่มักแสดงท่าทางเหมือนรู้มาก เพื่อไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนไม่รู้ 

รู้บ้างดีกว่าไม่รู้เลย


ต้นเรื่อง

ให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้ เป็นอีกเล่มของ หนุ่ม เมืองจันท์ ที่เป็นเรื่องสั้น ๆ อ่านง่าย อ่านสนุก แต่ละเรื่องมีข้อคิด อ่านแล้วได้ทั้งข้อคิดและความรอบรู้ที่ผู้เขียนสรุปมาให้จากเรื่องราวที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง หรือกูรูแขนงต่าง ๆ

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"1 คำถามไม่จำเป็นต้องมี 1 คำตอบ"

หมายเหตุ
จินตนาการจากเพื่อนเฟสบุ้คบางคน

@Esso Pupradubgrit
ขงจื้อ กล่าวว่า "หากรู้จริงพึงบอกว่ารู้ หากไม่รู้พึงบอกว่าไม่รู้ นั่นแหละคือวิถีของปัญญาชน
知之为知之,不知为不知,是知也”

แต่รู้อะไรก็ไม่สู้ "รู้งี้" (มหาสมปอง เคยกล่าวไว้)

@Sirirote Kittisarapong
รู้อะไรก็ไม่สู้ รู้เท่าใบไม้ในกำมือ


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ฤทธิ์มีดสั้น 1)


"คนต่ำทรามในสายตาของชาวโลก ไม่แน่ว่าล้วนต่ำทรามทั้งสิ้นก็จริง แต่วิญญูชนในสายตาคนชาวโลก จะมีสักกี่คนที่เป็นวิญญูชนแท้จริง"

ฤทธิ์มีดสั้น 1
โก้วเล้ง - ว. ณ เมืองลุง

คนดีคือ คนที่คิดดี พูดดี ทำดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อสังคม
คนเลวคือ คนที่มักคิดถึงแต่ตัวเอง แสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม

ถ้าความดีเป็นสีขาว ความเลวเป็นสีดำ
คนในโลกนี้ก็มีเพียงสีเทา ต่างกันที่จะเทาเข้ม หรือเทาเจือจาง ไม่มีคนใดสีขาวบริสุทธิ์และไม่มีคนใดสีดำสนิท

ผู้คนมักยกย่องตนเองและพวกพ้องเป็นคนดี ยัดเยียดให้ผู้อื่นที่ตนไม่รักไม่ชอบให้เป็นคนเลว 
ดีเลว อาจไม่ได้อยู่ที่การกระทำของคน แต่อาจขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคน


ต้นเรื่อง

สุดยอดนิยายกำลังภายใน ผลงานของโก้วเล้ง เล่มนี้ถือเป็นอมตะนิยายจีนที่โก้วเล้งดัดแปลงมาจากเรื่อง Gunfight at the O.K. Corral ที่เน้น ความรัก ปรัชญา ชีวิต ศาสนา และอารมณ์ เล่าเรื่องราวของบัณฑิตหนุ่ม ลี้คิมฮวง ผู้อุดมไปด้วยคุณธรรมของชายชาตรี ห่วงใยผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อน ลี้คิมฮวง ผู้ได้ชื่อว่า ลี้น้อยมีดบิน มีดบินที่ไม่เคยพลาดเป้า เล่มนี้เป็นสำนวนแปลของ ว. ณ เมืองลุง

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"งมงายในหนังสือย่อมดีกว่าฟุ้งซ่านในการเมือง"

"อาวุธดีเลวมิเป็นที่สำคัญ สำคัญอยู่กับคนใช้อาวุธนั้น"

"กระสากับหอยกาบพิพาทกัน ประมงได้ประโยชน์"

"วิชาโง่เขลาย่อมประเสริฐกว่าไม่มีวิชา"

"ในโลกนี้ ไม่มีเรื่องราวใดสามารถอำพรางคนได้ตลอดกาลนาน"

"พิษเป็นของไม่มีชีวิต แต่คนที่ใช้พิษกลับมีชีวิต"

"วาจาที่กล่าวไปก็ไร้ประโยชน์ มิสู้ไม่กล่าวจะเหมาะสมกว่า"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด


วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ไซเลนต์ โตเกียว)


"จะเข้าใจอะไรอย่างลึกซึ้ง ได้จากการให้คนอื่นสอนไม่ได้ แต่ต้องสอนมันกับคนอื่น"

ไซเลนต์ โตเกียว
ทาเคฮิโกะ ฮาตะ - เกวลิน ลิขิตวิทยาวุฒิ

ทำได้ แสดงว่า มีความสามารถ 
สอนผู้อื่นได้ แสดงว่า มีความเชี่ยวชาญ

ผู้ปฏิบัติ คือผู้ที่ทำได้แต่ไม่อาจสอนผู้อื่นได้
ผู้บริหารทั่วไป มักเป็น ผู้ที่ทำไม่ได้แต่ชอบสอนผู้อื่น
ผู้บริหารที่ดี จะทำได้เชี่ยวชาญ และสามารถสอนผู้อื่นได้
ผู้บริหารที่ชาญฉลาด แม้ทำไม่ได้ สอนผู้อื่นไม่ได้ แต่สามารถมอบหมายผู้อื่นให้ทำได้


ต้นเรื่อง

ไซเลนต์ โตเกียว เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน ที่เริ่มต้นเรื่องได้น่าตื่นเต้นระทึกขวัญ แต่อ่าน ๆ ไป ดูเหมือนจะสับสนนิดหน่อย จึงจบแบบไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"สิ่งที่สำคัญคือจินตนาการ"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด










วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(รักข้างเดียว)


"ด้านหลังของด้านหลังคือด้านหน้า"

รักข้างเดียว
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์

คนเรามักสร้างภาพหน้าตาให้ดูดี เพราะคนเรามักคบหากันที่หน้าตา
แต่ขณะที่หน้าตาดูดี เบื้องหลังอาจเลวร้าย

บางผู้คนจึงตบแต่งด้านหลัง แล้วเอาเบื้องหลังมาเป็นหน้าเป็นตา
ดูเผิน ๆ เหมือนดีทั้งหน้าทั้งหลัง
ผู้ที่อวดด้านหลัง แสดงว่าต้องการปกปิดด้านหน้า

แท้จริงหน้าหรือหลังก็คนเดียวกัน


ต้นเรื่อง

รักข้างเดียว เป็นนวนิยายสืบสวนสอบสวน เรื่องราวของเพื่อนฝูงนักเรียนเก่า อดีตควอเตอร์แบ็กกับอดีตผู้จัดการทีม เพื่อนสมัยเรียนและทำทีมอเมริกันฟุตบอลมาด้วยกัน ได้แต่งงานกันแต่มีชีวิตที่ไม่ราบรื่นนัก ต่อมาปรากฎอดีตผู้จัดการทีมอีกคนที่เข้าสารภาพว่ามีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด และเพิ่งทำฆาตกรรมมา ความรักที่สับสนระหว่างเพื่อนจะช่วยเหลือกันอย่างไร จะจบลงอย่างไร

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ถ้าเธอมัวแต่ติดใจในเปลือกนอก ต่อไปก็จะทำอะไรไม่ได้เลย"

"ถ้าโลกไม่เปลี่ยนเรา ก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง"

"ทุกคนมีเรื่องส่วนตัวของตัวเอง"

"คำพูดไม่จำเป็นต้องออกเสียงเท่านั้น ถึงจะเป็นคำพูด"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด


วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ต้นสายปลายจวัก)


"ขึ้นชื่อว่าวัฒนธรรม ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็ตามย่อมมีพลวัตและความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ"

ต้นสายปลายจวัก
กฤช เหลือลมัย


วัฒนธรรม หมายถึงการหล่อหลอมแนวทางการดำเนินชีวิต พฤติกรรม การอยู่ร่วมกันของสังคม ถ่ายทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นของมนุษย์
วัฒนธรรมต้องเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นสิ่งที่ทำความเจริญให้แก่สังคม
สิ่งชั่ว สิ่งเลวร้าย แม้สืบทอดต่อเนื่องก็ไม่นับเป็นวัฒนธรรม
วัฒนธรรมมีพลวัตและความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของสังคม

องค์กรใดไม่มีวัฒนกรรมองค์กร จึงเป็นองค์กรที่ไม่เคยมีความดีงามใดให้สืบทอด
องค์กรใดอ้างแต่วัฒนกรรมองค์กร จึงเป็นองค์กรที่ไม่มีการพัฒนาก้าวหน้า


ต้นเรื่อง

ต้นสายปลายจวัก เป็นเรื่องราวของการพิเคราะห์อาหารตำรับที่มีชื่อเสียงว่าเป็นตำรับโบราณแบบ สืบสาย ขุดค้น ตั้งแต่ชื่อ ที่มา รสชาติ รวมไปถึงการทดลองทำ จึงเป็นการสืบหาต้นสายปล่ยจวักอย่างแท้จริง

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่า กว่าจะมาถึงรุ่นเรานี้ อะไร ๆ ที่เราเห็น เราเรียก เราทำ และเรากินอยู่ทุกวันนี้ มันเคยเปลี่ยนมาแล้วกี่ครั้ง"

"ขึ้นชื่อว่าวัฒนธรรม ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ตามย่อมมีพลวัตและความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งจากเจ้าของวัฒนธรรมเอง และคนอื่นที่เข้าไปมีส่วนร่วมในวัฒนธรรมนั้น ๆ"

"ไม่มีผู้ใดถือสิทธิ์กำหนดหน้าตารูปรสของอาหารชนิดมดชนิดหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ความตายที่เวนิส)


"สายไปเสียแล้ว แต่สายไปแล้วจริงหรือ"

ความตายที่เวนิส
โธมัส มันน์ - นฤมล ง้าวสุวรรณ

แม้ตื่นสาย ก็ยังต้องตื่น ไม่อาจจมอยู่กับที่นอน
แม้กินสาย ก็ยังต้องกิน ไม่ปล่อยให้หิวโหย
แม้ไปสาย ก็ยังต้องไป เพื่อภารกิจที่รออยู่
ไม่มีอะไรสายเกินไป
เพราะแม้สาย ก็ยังเริ่มได้

ถึงอาจจะไม่ได้เริ่มที่จุดเดิม
แต่ ทุกสิ่งอย่างก็เริ่มต้นได้เสมอ


ต้นเรื่อง


ความตายที่เวนิส เป็นนวนิยายขนาดสั้นของ โธมัส มันน์ กวีชาวเยอรมัน เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ความตายที่เวนิส เป็นนวนิยายเชิงปรัชญา ที่สะท้อนการถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของจิตใจมนุษย์ บรรยายสิ่งที่เป็นอยู่ กำลังเกิดขึ้น และกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นโศกนาฏกรรมของศิลปินผู้หนึ่ง ที่ทั้งเลวร้าย บิดเบี้ยว แต่ก็งดงาม สะเทือนอารมณ์

Quote ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้

"ต้องทำจนเสร็จ"
 
 "สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นมาได้และเป็นไปได้เพราะพลังของการไม่ยอมแพ้ในสภาวะต่าง ๆ"

"เกือบทุกคนมักจะมีความลำเอียงซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ"


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด(ด้ายแห่งความหวัง)


"คนเราปกติจะมีหลายหน้า"

ด้ายแห่งความหวัง
ฮิงาชิโนะ เคโงะ - บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์

หน้ากากคือ สิ่งที่ใช้ปิดบังใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่ออำพรางตัวตน

บางครั้งผู้คนก็อยากอำพรางความรู้สึก อำพรางความเป็นตัวตน
ความรู้สึก ความเป็นตัวตน ย่อมแสดงออกทางใบหน้า
แต่ในความเป็นจริงผู้คนไม่อาจสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าได้
ผู้คนจึงเลือกที่จะแสดงออกให้เสมือนกำลังสวมหน้ากาก
บางผู้คนสวมหน้ากากเสมือนนี้หลายใบ เปลี่ยนหน้ากากได้เร็ว

บางผู้คนต้องการความจริงใจจึงไม่สวมหน้ากากเลย
แต่...บางครั้งสวมหน้ากากบ้างก็น่าจะดี


ต้นเรื่อง

ด้ายแห่งความหวัง เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ในเรื่องเป็นการสิบหาฆาตกร ที่ดูไม่สลับซับซ้อนมากนัก แต่เรื่องที่ซับซ้อนกลับเป็นเรื่องของสายสัมพันธ์ครอบครัว ที่เป็นประดุจ เส้นด้ายที่เชื่อมโยงชีวิต เป็นเส้นด้ายแห่งความหวัง


จินตนาการจากการอ่าน ช่างเพริศแพร้วยิ่งกว่าสิ่งใด